เรื่องย่อละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 1

861
รักออกฤทธิ์

บทประพันธ์ : นิตินันท์, วรรณพร, นิพล
บทโทรทัศน์ : สมภพผูกพันน้อย
กำกับการแสดง : คิง-สมจริง ศรีสุภาพ
แนวละคร :
ผลิต : บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด

เรื่องย่อละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 1 

    วนิสา เป็นผู้หญิงสวย แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงกินผัว มีสามีกี่คนๆ ก็เสียชีวิตหมด ไม่ว่าจะเป็น ม.ร.ว.จันทร์กระจ่าง วาสุวงศ์ หรือ คุณชายแจ้ สามีคนแรกที่เสียชีวิตขณะตัดเค้กร่วมกันในวันแต่งงาน ส่วนสามีคนที่สอง สมชาย อภิเลิศ รัตนกาลสถาน หรือ เสี่ยป๊อก หัวใจวายตาย ตั้งแต่ยังไม่ทันได้จิ้นแอ้มเธอแม้แต่น้อย

โจ นักสืบหนุ่มเจ้าของฉายา แอพพันหน้า แต่เป็นที่รู้จักในวงการด้วยฉายาที่คนอื่นตั้งให้ว่า  โจตัวซวย เพราะที่ผ่านมาโจอยู่กับใครก็สร้างแต่ความบรรลัยให้คนอื่นอยู่เสมอ จนโจต้องออกมาเป็นเจ้านายตัวเองด้วยการเป็นนักสืบอิสระ มีลูกน้องคนเดียวชื่อป๋อง

โจได้รับงานจากหญิงชื่อจุ๋ม เขาจึงปลอมตัวเป็นชายแก่ พาป๋องไปพบกับหญิงจุ๋มที่ร้านกาแฟ แนะนำตัวให้หญิงจุ๋มรู้จักเขาในนาม โจ แอ็พพันหน้า ซึ่งเป็นฉายาใหม่ โจไม่อยากเล่าฉายาเก่าให้เธอรู้จัก หญิงจุ๋มเล่ารายละเอียดให้เขาฟัง

“ปีที่แล้ว หม่อมราชวงศ์จันทร์กระจ่าง น้องชายคนเดียวของฉันตาย ฉันสงสัยว่าจะถูกฆาตกรรม โดยภรรยาของเขาเองยัยวนิษา ฉันต้องการให้คุณสืบว่ายัยนี่ฆ่าน้องชายของฉันยังไง”

หญิงจุ๋มให้ซองเอกสารแกโจไปศึกษาเรื่องของวนิษา คืนนั้นโจนั่งดูรูปวนิษาในอิริยาบถที่ถูกแอบถ่าย โจตะลึงโดยไม่ทราบสาเหตุรูปของวนิษามีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาใจเต้นแรง

ในเช้าวันใหม่โจรีบเข้าออฟฟิศ สั่งลูกน้องชุดใหญ่

“แกไปสืบประวัติของผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่เกิด เกิดที่ไหน ย้ายไปที่ไหน เรียนโรงเรียนอะไร เรียนพิเศษที่ไหน เข้าคณะอะไร แกไปทุกที่ที่เขาเคยอยู่ สัมภาษณ์เพื่อนบ้าน คนแถวนั้น คุณครู เพื่อนนักเรียน กิ๊ก แฟนเก่า แฟนใหม่ แกสืบช่วงที่เขาเป็นแฟนกับหม่อมราชวงศ์จันทร์กระจ่างว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แกแฮ็กเข้าไปตรวจอีเมล์ เฟชบุ๊ก ไลน์ วอชแอพ ฉันต้องการรู้จักผู้หญิงคนนี้ว่าเขาเป็นใครและกำลังคิดทำอะไรอยู่ ไปได้แล้ว”

โจตบโต๊ะดังเปรี้ยง ทั้งออฟฟิตไม่มีใครอยู่เลย น้องจากป๋องนั่งอยู่คนเดียว

“ขออีกรอบได้ไหมครับจดไม่ทัน”

ไม่ได้โว้ย..ลืมไปหมดแล้ว”  โจหายใจหอบแฮกๆ

และแล้วการเริ่มต้นค้นหาเรื่องของวนิษาก็เริ่มขึ้น ป๋องไปสืบมาจนครบตามใจที่ต้องการ โจอ่านข้อมูลของวนิษาทั้งวันทั้นคืน แล้วพึมพำออกมาอย่างเห็นใจ

“วนิษา เธอเป็นฆาตกรหรือคนโชคร้านกันแน่นะ” โจนึกถึงใบหน้าเศร้าๆของวนิษา

คืนเดียวกันนั้น วนิษากำลังนอนหลับอยู่ในคอนโดฯ พลิกไปพลิกมาเหมือนคนฝันร้าย

“ดาวดวงไหนนะที่ทำให้ชีวิตฉันเป็นแบนี้  คุณชายแจ้คนดีขอโทษนะคะ..อาเฮีย หว่าหวาขอโทษ  ฉันแค่ทำไปเพราะอยากมีความสุขเหมือนคนอื่น “

โจนอนหลับแฟ้มวนิษาตกลงฟื้น เปิดหน้าที่มีรูปวนิษาตอนเด็กหงายขึ้นมา

เมื่อหลายปีก่อน ที่ตลอดแห่งหนึ่ง วลัยอุ้มลูกสาววันจ้ำม่ำไปเบียดเสียดเพื่อดูดารานักร้อง เม้งหมอดูแม่นๆ มายืนอยู่ด้วย เม้งดูโหงวเฮ้งของนักร้องคนนั้นแล้วบอกว่าจะได้เมียสวย แต่จะเป็นคนกลัวเมีย วลัยมองหน้าเม้งอย่างสนใจ

“นายเป็นหมอดูหรอ ” วลัยถามเม้ง

“ใช่ แม่นมากคิดถูกๆ”

วลัยลังเล ระหว่างนั้นลูกสาวร้องไห้จ้า เม้งมองหน้าเด็กเต็มตาแล้วอุทานออกมา

“อะไร มีอะไร”

“แม่หนูคนนี้อะไรก็ดีไปหมด วาสนาดี สติปัญญาดี จิตใจดี แต่เสียอย่างเดียว นรลักษณ์แบบนี้ เป็นดวงนารีบริโภคภัสดา”

“แปลว่าอะไร”

“นารีบริโภคภัสดา แปลง่ายๆว่า ผู้หญิงกินผัว”

รักออกฤทธิ์

   วลัยร้องด้วยความตกใจ “พูดจริงๆ ไม่เชื่อคอยดูนะ พอมีแฟนแฟนจะเจออุบัติเหตุ แต่ถ้าถึงขั้นได้เสียกันเป็นผัวเมีย ผัวจะต้องมีอันเป็นไปไม่มีทางแก้ได้ ดวงแรกมาก ทางที่ดีที่สุดอย่าให้มีผัว”

    วิษณุเดินทางหงุดหงิดมาหา วลัย บอกว่านัดเพื่อนไว้ที่บ่อนแต่พอเห็นวลัยทำหน้าขุ่นเคือง วิษณุมองหน้าวลัยกับเม้งอย่างแปลกใจ

     “มีอะไรหรือป่าว”

     “หมอดูนี่มันบอกว่าน้องษาลูกเราโตขึ้นจะเป็นผู้หญิงกินผัว”

     “จริงๆผมชื่อเม้ง ฉายาเม้ง หมอดูแม่นมาก ดูผิดไม่คิดเงิน แต่ผมดูไม่ผิดแน่ๆ เพราะฉะนั้นขอค่าดู 100 บาท .. เอ่อ 50 บาทก็ได้”

      วิษณุต่อยเปรี้ยงเม้งกระเด็นคนแตกฮือ “ไอ้หมอมั่ว”  วิษณุกล่าวแล้วพาวลัยและลูกเดินออกไป

      “ไม่ได้มั่ว จำไว้เลย ยัยเด็กผู้หญิงคนนี้โตขึ้นจะต้องเป็นผู้หญิงกินผัวแน่ๆ “ เม้งตะโกนตามหลังไป

      โจนั่งมองรูปวนิษาในชุดนักศึกษา ฟังป๋องบรรยายให้ฟังถึงเรื่องราวในอดีตของวนิษา ที่คบกับเพื่อนชายคนไหน ทุกคนก็มีอันเป็นไป ไม่ตายก็พิการ จนกระทั้งมาถึงรูปชายแจ้ วนิษากับแขกผู้ใหญ่หน้างาน

      “หลังจากนั้นก็มีเสียงล่ำลือว่าเธอเป็นผู้หญิงกาลกิณิจนไม่มีใครกล้าจีบเธออีก จนกระทั้งมาเจอชายแจ้ หม่อมราชวงศ์จันทร์กระจ่าง ไฮโซชื่อดัง ทั้งสองคบหาดูใจกันเกือบปีก็แต่งงานกัน”

       หลังจากนั้นก็มีภาพข่าวหนังสือพิมพ์รายวัน เป็นภาพข่าวชายแจ้ถูกหามส่งโรงพยาบาล

“ในงานแต่งงาน หม่อมราชวงศ์จันทร์กระจ่างตายอย่างปุบปับ หลังชันสูตรศพก็ไม่พบสาเหตุการตาย เหมือนกับว่าเวลาชีวิตของเขาหมดลงอย่างกะทันหัน” โจรับฟังเรื่องราวอย่างมึนๆ วันนั้นโจขับรถมาจอดที่หน้าคอนโดฯ ของวนิษา ยืนดูรูปอย่างครุ่นคิด

“คุณคิดอะไรอยู่ของคุณ คุณวนิษา ในชีวิตคุณ คุณต้องการอะไร”

โจยืนมึนๆ แล้วเผลอหลับไปพร้อมกับมีแฟ้มของวนิษาปิดอยู่ระหว่างนั้นวนิษาขับรถออกไปจากคอนโดฯ โดยที่โจไม่เห็น พอดีมีมอเตอไซค์จอดส่งคนขวางทางออก วนิษาบีบแตรเสียงดังเรียกสติให้โจสดุ้งตื่น เห็นวนิษาขับรถออกไปพอดี โจจึงรีบขับรถตามออกไปทันที

วนิษามาพบวลัยที่นัดกันไว้ที่ร้านอาหาร สองแม่ลูกคุยกันเรื่องสามีของวนิษาที่เพิ่งตายไป

“มันผ่านไปแล้วเลิกพูดเถอะค่ะ”

“ทำไม ผัวแกคนแรกแม่ก็เป็นคนจัดแจงให้ ทั้งเชียร์ทั้งยุกว่าแกจะยอมแต่ง ไม่งั้นป่านนี้ยังจีบกันไม่เสร็จ เสียแต่ว่าโชคร้ายไปหน่อย ยังไม่ทันไรก็รีบด่วนตายยังดีที่ยังทิ้งมรดกไว้ให้” วนิษาจะแย้ง แต่วลัยมองหน้าดุๆ วลัยรีบเปลี่ยนเรื่องพูด

“แต่คนที่สองอย่าให้พุดเลย เชอะ .. อย่างงี้แหละน้า ไปเชื่อพ่อแก  ฉะนั้นคนต่อไปแม่ต้องเป็นคนหาให้”

“ไม่ต้องหาใครให้หนูอีกแล้ว หนูไม่อยากรักใคร ไม่อยากให้ใครต้องมาตายเพราะหนูอีกแล้ว”

“นี่ใจคอแกจะไม่ยอมรักใครเลยใช่ไหม”

“ถ้าวันนั้นหนู่ไม่ยืนยันแต่งานกันคุณชายแจ้ คุณชายก็คงจะไม่ตาย”

วนิษานึกถึงวันที่วลัยเล่นละครบีบน้ำตา คุกเขาอ้อนวอนขอให้เธอแต่งงานกับชายแจ้ ร้องไห้คร่ำครวญจนเธอต้องรับปากว่าจะแต่งงาน แต่พอแต่งไปแล้วก็เกิดเรื่องขึ้นมาอีกจนได้ พอแยกกับวลับ วนิษาก็มาเจอกับวิษณุ มารูปแบบเดียวกับแม่เธอคือมาขอเงิน และทวงบุญคุณที่ทำให้เธอได้แต่งงานกับเสี่ยป๊อกวนิษาแอบเบ้หน้า

วนิษาต้องแต่งงานกับเสี่ยป๊อก เพราะว่าพ่อของเธอไปติดหนีเสี่ยป๊อกตั้ง 20 ล้าน เธอจึงต้องแต่งงานใช้หนี และทั้งหมดก็เป็นแผนที่พ่อเธอกับเสี่ยป๊อกร่วมกันเล่นละครตบตา บีบให้เธอรับปากแต่งงาน วนิษาเซ็งสุดๆ เมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา

โจนั่งดูพ่อลูกคุยกัน จนกระทั้งวิษณุลุกออกไปจากร้าน

“ดูเผินๆ เหมือนเป็นคนกตัญญูนะเนี่ย แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาเงินมาจากไหน ยักยอกเอาของผัวเก่ามารึป่าวก็ไม่รู้”

โจขับรถตามวนิษาออกจากร้านไปที่วังวาสุวงศ์ นึกสังสัยมาเธอมาทำอะไรด้วยความกลัวว่าเธอจะทำเรื่องไม่ดี จึงโทรไปเรียกป๋องให้มาสมทบ ทั้งสองปีนต้นไม้แอบดูวนิษานั่งร้อยพวงมาลัยอยู่ข้างๆหม่อมจันจิรา โจมองเห็นวนิษาเอาน้ำชาให้หม่อมจันดื่ม ก็คิดว่าเธอกำลังวางยาพิษหม่อมจัน

ทั้งสองนั่งคุยกันอยู่ที่ศาลาในสวน หญิงจุ๋มเดินเข้ามา วนิษายกมือไหว้

“จะมาทำไมไม่โทรมาบอกก่อน”

“บังเอิญผ่านมานะค่ะเลยแวะเข้ามา โชคดีจริงๆ เพราะหนู่ไม่อยากให้ยัยนี่อยู่กับคุณแม่สองคนอีกอย่างศาลานี่งูพิษมันเยอะด้วย”  วนิษาหน้าตึงรู้ว่าหญิงจุ๋มตั้งใจว่าตน

“เมื่อไหร่เธอจะเลิกอคติกับวนิซะที”

“อคติหรือค่ะ อีกไม่นานหรอกค่ะ หนูจะเอาหลักฐานมาแฉให้คุณแม่ดูว่ายัยนี่อันตรายแค่ไหน”

“ถ้าคุณหญิงจุ๋มไม่มีหลักฐาน คุณหญิงจุ๋มก็จะอคติกับฉันไปตลอดเลยใช่ไหมค่ะ”

“ใช่ หลักฐานนะแค่เอามายืนยันความเลวของเธอให้โลกรู้ แต่ไม่จำเป็นสำหรับฉัน ต่อให้ไม่มีหลักฐาน ฉันก็แน่ใจและจะไม่มีวันเปลี่ยนความคิดว่าเธอนั่นแหละคือฆาตกรที่ฆ่าน้องชายของฉัน”

“ฉันพูดหลายครั้งแล้วนะหญิงจุ๋มว่าคนมีการศึกษามีสติปัญญาอย่างเธอทำไมถึงไม่รู้จักควบคุมอารมณ์  คำพูดและการกระทำให้มันเหมาะสมกับฐานะของตัวเองยิ่งมายิ่งเหมือนคนบ้านเข้าไปทุกที”

“หนูยอมรับค่ะ แต่คุณแม่ก็รู้ว่าหนูรักน้องแค่ไหน ยิ่งรักมากก็ยิ่งแค้นมาก”

รักออกฤทธิ์

หญิงจุ๋มจ้องหน้าวนิษาตาเขม็ง ก่อนยกมือไหว้ลามารดาของอดีตสามีกลับไปหม่อมจันถอนหายใจเบาๆ

วนิษาขับรถอยู่บนถนน มองกระจกมองหลัง ห็นรถของโจตามมาห่างๆ วนิษาเอะใจ ลองเปลี่ยนเลนกะทันหัน รถโจก็เลี้ยวตาม วนิษาหยิบมือถือขึ้นมาโทร บอกปลายสายว่ามีคนสะกดลอยตาม เธอคิดว่าเป็นพวกเสี่ยเพ้งเพราะมีข่าวว่าจะส่งคนมาอุ้มเธอ วนิษาขับรถหลบหลีก  โจเหมือนรู้ทันไม่ขับตามไป ให้ป๋องจอดรถข้างทางส่วนเขารีบนั่งมอเตอร์ไซค์วินตามไป

โจนั่งมอเตอร์ไซค์มาลงที่ซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง เห็นรถวนิษาจอดอยู่ท้ายซอย โจรีบเอาอุปกรณ์ปลอมตัวมาใส่ หยิบวิกผมสีมาสวม ติดหนวดเคราปลอมซะรกเต็มหน้า ติดยันปลอมยื่นๆ ใส่คอนแท็คเลนส์ ทาหน้าด้วยครีมรองพื้นสีคล้ำ ติดรอยย้นหางตา แล้วเก็บเป้สพายหลัง ย่องตามเข้าไปในซอย

โจอาศัยกองข้าวของหลังบ้านเป็นกำบัง ค่อยๆ โผล่หน้าเข้าไป เห็นรถวนิษาโดนรถเก๋งสีดำปาดหน้า ชายฉกรรจ์ 3 คน ลงมาจากรถพร้อมอาวุธครบมือ ดูท่าทางเป็นมาเฟียตรงมาที่รถ วนิษา สถานการณ์ดูร้ายแรง ป๋องโทรมาสอบถามสถานการณ์

“วนิษาหนีเรา ออกนอกเส้นทาง กลายมาเข้าทางโจนว่ะโดนแก๊งไหนไม่รู้ดักไว้”

“แล้วทำไงอ่ะพี่แจ้งตำรวจไหม”

กว่าพี่หรวดจะมาสงสัยไม่ทันว่ะ”

พี่โจต้องเข้าไปช่วยเค้านะ”

โจยื่นหน้าออกไปดู เห็นชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คน ล้อมรถของวนิษาหน้าตาแต่ละคนเหี้ยมเกรียม โจหดหน้าเข้ามาคุยมือถือต่อ

“ไม่ไหวว่ะ หน้าตาของพวกมันแต่ละคนนี่อย่างโหด สิบล้อเมายาเห็นแล้วยังหลบเลย ฉันสู้พวกมันไม่ได้หรอก”

“ไม่ได้นะพี่ วนิษาเค้าออกนอกเส้นทางเพราะหลบเรา มันคือความรับผิดชอบของพี่นะ”

“ฉันไม่ได้บอกให้เขาเลี้ยวซ้านนี่หว่า ทำไมไม่เลี้ยวขวาไปล่ะ”

“อย่าแถแดะ มันเป็นความรับผิดชอบของพี่”

“หนวกหูโว้ย”

โจยื่นหน้ามองเห็นชายฉกรรจ์ควักกระบองสีดำออกมา วนิษาเปิดประตูรถ โจรีบค้นหาอาวุธในเป้มาเตรียมพร้อม

“มีสนับมืออันเดียวจะไปสู้อะไรกับพวกมันได้ว่ะ ขอโทษนะคุณวนิษา ตัวใครตัวมันนะครับ ผมก็ต้องเอาตัวรอดเหมือนกัน” โจมองไปเห็นวนิษาลงมาจากรถ

“ดูมัน มองแต่ช่วงล่าง อย่างนี้คงโดนพวกมันปู้ยี่ปู้ยำแน่ๆ ทนดูไม่ได้จริงๆ “ โจเดินออกมา

“แต่ว่า ที่เค้าต้องออกมาเจอแบบนี้มันเป็นความรับผิดชอบของเรานี่หว่า “

โจทำใจหนีไม่ได้ กำสนับมือแน่น ทำใจดีสู้เสือ พรวดเข้าไปชี้หน้าชายฉกรรจ์ กำลังจะตะโกน แต่เห็นชายฉกรรจ์ก้มหัวให้วนิษาแบบทำความเครารพ ชายฉกรรจ์ที่ถือกระบอกจริงๆคือร่ม กางกันแดให้วนิษาอย่างนอบน้อม โจรีบปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน

“สวัสดีครับตั่วเจ้ “ ปฐมก้มหัวให้  วนิษาพยักหน้า โจหลบเข้าที่กำบังแทบไม่ทัน

“ลูกน้องหรอเนี่ย เกือบโชว์โง่แล้วไหมล่ะ”

“พวกที่สะกดรอยตั่วเจ้ล่ะครับมันอยู่ไหนผมจะเก็บมันเอง”

โจรีบหดหัวเข้ามาอีก “ช่างมันเถอะฉันเสียเวลามามากแล้ว”

วนิษาเดินขึ้นรถสีดำ ปฐมไปนั่งข้างคนขับ ชายฉกรรจ์อีกคนขึ้นไปทำหน้าที่คนขับ ส่วนชายฉกรรจ์อีกคนขึ้นไปขับรถคันที่วนิษาขับมา

Loading...