“อิงอิง ลลิตวดี” พิธีกร ผู้สื่อข่าวภาคสนามไฟแรง! ถูกยกเป็นหนึ่งในทีมข่าวคุณภาพ

27
อิงอิง ลลิตวดี พิธีกร ผู้สื่อข่าวภาคสนามไฟแรง!ถูกยกเป็นหนึ่งในทีมข่าวคุณภาพ เปิดใจมุมมองการทำงานสื่อ

“อิงอิง ลลิตวดี” พิธีกร ผู้สื่อข่าวภาคสนามไฟแรง!
ถูกยกเป็นหนึ่งในทีมข่าวคุณภาพ เปิดใจมุมมองการทำงานสื่อ

เป็นหนึ่งในทีมข่าวคุณภาพรุ่นใหม่ไฟแรงอีกคนหนึ่ง สำหรับ “อิงอิง ลลิตวดี  ตั้งสิริตระกูล” ที่ทาง“ช่อง MONO29” (โมโนทเวนตี้ไนน์) ฟรีทีวีที่มีหนังดี ซีรีส์ดังมากที่สุด เปิดโอกาสให้พิสูจน์ความสามารถในด้านงาน พิธีกร ผู้สื่อข่าวภาคสนาม ในรายการ “ทันข่าวเช้า” และอ่านข่าวทางวิทยุคลื่นโมโนเฟรช 91.5 โดยรับหน้าที่เกาะติด ทุกประเด็นข่าว ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จากการถ่ายทอด รายงานข่าวได้อย่างตรงไปตรงมา เคลียร์ทุกประเด็น จนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในทีมข่าวยอดเยี่ยม โดย “อิงอิง” ได้เปิดใจถึงมุมมองเกี่ยวกับการทำงานด้านสื่อสารมวลชน ในการก้าวเข้ามาอยู่ในจุดนี้

จุดเริ่มต้นอยากทำงานด้านสื่อสารมวลชน

เริ่มตั้งแต่ตอนเรียน ม.ปลายเลยค่ะ ที่โรงเรียนจะมีชมรมมัลติมีเดีย “อิง” ก็เลือกมาลงชมรมนี้ ทำกิจกรรมกับ ทางโรงเรียนมาโดยตลอด วันหนึ่งทางโรงเรียนพาไปดูงานที่ช่องๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นรายการข่าวที่ดังมากๆ ในตอนนั้น ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ และความใฝ่ฝันว่าอยากทำรายการ อยากเป็นผู้สื่อข่าว ทำให้มีเป้าหมายในการเรียนต่อ เข้ามหาวิทยาลัยทางด้านนี้ จึงเลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ

ชอบทำข่าวประเภทไหน

“อิง” เคยทำข่าวมาหลายรูปแบบแล้วค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ข่าวบันเทิง ข่าวการเมือง ซึ่งเคยมีโอกาสได้ทำข่าวม๊อบ ด้วยค่ะ เรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่เข้ามาในชีวิตเลยค่ะ แต่จะชอบข่าวแนวสังคม คุณภาพชีวิตมากกว่าค่ะ 

อิงอิง ลลิตวดี

มีข่าวที่ทำแล้วรู้สึกประทับใจ

ข่าวประทับใจเป็นข่าวที่ทำเกี่ยวกับคนไทยไร้สิทธิ์ ในเคสนั้นมีกลุ่มคนที่ไม่มีบัตรประชาชนมาตั้งแต่เกิด จนอายุจะ 60 ปี แล้วก็ยังไม่มีบัตร เป็นเพราะว่าเค้าอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งเมื่อก่อนเวลาแจ้งเกิดต้องแจ้งกับผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน อาจจะทำให้มีบางคนตกหล่นไปบ้าง พอพวกเค้าเข้ามาอยู่กรุงเทพสิทธิต่างๆ ที่ควรจะได้รับเค้ากลับ ไม่ได้รับเลย เช่น สิทธิการรักษาพยาบาล ตอนนั้นเราก็ทำหน้าที่ทำข่าวประสานกับหลายๆ อำเภอ และเป็น กระบอกเสียง ให้พวกเค้า จนตอนนี้พวกเค้าก็ได้เข้ากระบวนการได้ทำบัตรประชาชนแล้ว รู้สึกดีใจมาก เหมือนเรา มีส่วนได้ช่วยเค้าตรงนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเค้าเคยเดินเรื่องเองแล้วไม่ได้ ในมุมกลับกันคือเรามีบัตรแต่หลายๆ คนอาจจะ ไม่เห็นความสำคัญเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ไม่มีบัตร ไม่มีสิทธิที่เค้าควรจะได้ตั้งแต่เกิด  ทำให้รู้เลยว่าสิ่งนี้มันมีค่ากับพวกเค้ามากค่ะ

ได้อะไรจากการทำข่าว

การที่เราได้มีโอกาสทำงานด้านสื่อ ทำให้เราได้รู้ข้อมูลรอบด้าน ข้อมูลในเชิงลึกจากการที่มีโอกาสได้คุยกับ ชาวบ้าน ซึ่งทำให้เรารู้ และสัมผัสได้ว่ามันมีสังคมแบบนี้อยู่ด้วยจริงๆ ที่สำคัญ “อิง” มองว่ามันเป็นกำไรชีวิต ซึ่งเคย คิดว่าถ้าเราไม่ได้ทำข่าวก็คงไม่มีโอกาสที่จะรู้ หรือสัมผัส และใกล้ชิดกับคนมากมากยขนาดนี้เลยค่ะ

อิงอิง ลลิตวดี
อิงอิง ลลิตวดี

มุมมองของ “อิงอิง” กับบทบาทของสื่อปัจจุบัน

 “อิง” มองว่าสื่อยุคนี้ขยับตัวนิดเดียวก็โดนโจมตีแล้ว เพราะทุกคนสามารถเป็นสื่อด้วยตัวเอง อย่างเช่น การกระจายข่าวในมือถือ หรือทางโซเชี่ยล ก็อาจจะเป็นนักข่าวพลเมืองได้ แต่สำหรับสื่อที่ดีควรมีจรรยาบรรณด้วย ไม่ใช่มีแค่คอนเทนต์ นักข่าวที่ดีจะถูกปลูกฝังด้วยจรรยาบรรณนักข่าว ไม่ใช่เรื่องนี้ขายดี ก็จะโจมตี ขยี้ๆ โดยไม่สน ว่าจะกระทบกับใครบ้าง มันก้ำกึ่งด้วยจรรยาบรรณ และตอบสนองความต้องการของตลาด ในมุมมองของ “อิง” สื่อที่ดีคือทำเพื่อประชาชนค่ะ 

ยากไหมในการไม่ใส่ความคิดเห็นส่วนตัวไปในข่าว

ไม่ยากค่ะ คือเราได้ข้อมูลมาแค่ไหน รายงานแค่นั้นเลย เราอาจจะคุยเม้าท์กับเพื่อนๆ ได้ แต่ในขณะที่เรา นำเสนอข่าวออกไปในช่องทางทีวี วิทยุ เราทำแค่รายงานข้อท็จจริงค่ะ

ความใฝ่ฝัน

ความใฝ่ฝันของ  “อิง” ก็คืออยากมีพื้นที่หน้าจอ อ่านข่าว และได้แสดงศักยภาพอีกด้านนึงนอกเหนือ จากการ เก็บข้อมูลลงพื้นที่ มันคือการนั่งอยู่หน้าจอและมีสมาธิถ่ายทอดข่าวออกไปให้คนได้รับรู้นั่นคือผู้ประกาศข่าวค่ะ

อิงอิง ลลิตวดี

Advertisement
Loading...