6 ชนเผ่ากินเนื้อคน สุดช็อคโลก!!! : The Green Inferno หวีดสุดนรก

3119
The Green Inferno หวีดสุดนรก

  การกินเนื้อมนุษย์ หรือ คนกินคน ปรากฏอยู่ในธรรมเนียมปฏิบัติของหลายชนเผ่าในยุคโบราณ โดยมีเหตุผลหลากหลายในการกินเนื้อมนุษย์ ตั้งแต่การเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ การล้างแค้น การถ่ายทอดพลังความสามารถ หรือเพราะความอดอยาก มีแม้กระทั่งที่มองว่าเนื้อคนเป็นอาหารปกติสามัญ แต่วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก 6 ชนเผ่าที่โลกจดจำว่าพวกเขาคือ คนกินคน

  1. ชนเผ่าโคโรวาอิ (KOROWAI)

"ชนเผ่ากินเนื้อคน"

ถิ่นพำนัก : เกาะนิวกีนี
ติดต่อโลกภายนอกครั้งแรก : 1970
ระดับความอันตราย : ต่ำ

    ชนเผ่าโคโรวาอิ มีประชากรเพียงแค่ 3,000 คน ชนเผ่าโคโรวาอิคือชนพื้นเมืองกลุ่มสุดท้ายของโลก ที่ได้รับการยืนยันว่ามีพฤติกรรมกินเนื้อมนุษย์ อย่างไรก็ตาม สำหรับพวกเขาการกินเนื้อมนุษย์ถือเป็นพิธีกรรมที่จะเกิดขึ้นเฉพาะในยามที่ปีศาจ คาคัว (khakhua) เข้าสิงร่างผู้คนเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่เมื่อมันเกิดขึ้น เหยื่อจะถูกรุมกินจนเหลือเพียง กระดูก,ฟัน,เครื่องเพศ และ เล็บ

2. ชนเผ่าแคริบ (CARIB)ในหมู่เกาะเวสต์ อินดีส

"ชนเผ่ากินเนื้อคน"

ถิ่นพำนัก : หมู่เกาะเลสเซอร์ แอนทิลลิส ในทะเลแคริบเบียน
ติดต่อโลกภายนอกครั้งแรก : ศตวรรษที่ 15
ระดับความอันตราย : ปานกลาง

    ชนเผ่าแคริบ เป็นชนเผ่าที่ก่อให้เกิดคำศัพท์ “cannibal” ซึ่งหมายถึง “มนุษย์กินคน” ชนเผ่าแคริบสร้างความหวาดหวั่นแก่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสและเหล่านักบุกเบิกอาณานิคม เมื่อครั้งที่พวกเขาเดินทางไปถึงทวีปอเมริกาเหนือ สันนิษฐานกันว่า ชาวยุโรปกลุ่มนี้พบเห็นชนเผ่าชนเผ่าแคริบกินเนื้อมนุษย์ชนเผ่าอื่นๆ ที่พ่ายแพ้ในการสู้รบ เมื่อได้เห็นพฤติกรรมเช่นนั้น ทำให้โคลัมบัสและลูกน้องของเขาตัดสินใจเข้ายึดครองเกาะแห่งนี้ รวมถึงหมู่เกาะอื่นๆทันที

3. ชนเผ่าทูปิ (TUPI)

"ชนเผ่ากินเนื้อคน"

ถิ่นพำนัก : บราซิล
ติดต่อโลกภายนอกครั้งแรก : ศตวรรษที่ 16
ระดับความอันตราย : ปานกลาง

   ชนเผ่าทูปิมีจำนวนประชากรสูงถึง 1 ล้านคนในปี ค.ศ. 1500 (เท่ากับจำนวนประชากรของประเทศโปรตุเกสในเวลานั้น) ชนเผ่าทูปิแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม มักจะทำสงครามต่อสู้กันเพื่อแสดงความแข็งแกร่ง ฝ่ายที่ได้ชัยชนะจะจับตัวเฉลยไปทำพิธีกรรมการกินเนื้อมนุษย์ ด้วยความเชื่อที่ว่าการได้กินเนื้อศัตรู จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่พวกตน ซึ่งกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่แพร่หลายในสังคมที่พร้อมรบตลอดเวลา มีบันทึกไว้ด้วยว่า ในบางครั้งชนเผ่าทูปิจะกินศพญาติของตน เพื่อเก็บรักษาความทรงจำถึงผู้จากไป

4. ชนเผ่าโฟร์ (FORE)

"ชนเผ่ากินเนื้อคน"

ถิ่นพำนัก : เกาะปาปัวนิวกินี
ติดต่อโลกภายนอกครั้งแรก : ทศวรรษที่ 1930 (แต่หลักๆ เกิดขึ้นในทศวรรษที่ 1950)
ระดับความอันตราย : สูง

   เมื่อมีสมาชิกครอบครัวเสียชีวิต เครือญาติทางฝ่ายแม่ของคนชนเผ่าโฟร์จะชำแหละศพเป็นชิ้นๆ เพื่อเตรียมกิน เริ่มจากการตัดแขนและขา แยกท่อนแขนและขาออกจากกล้ามเนื้อ และนำอวัยวะที่ไม่ต้องการออกไป กสนกินเนื้อมนุษย์ของชนเผ่าโฟร์ คือสาเหตุการแพร่ระบาดของโรคคูรู (Kuru) ซึ่งเป็นโรคทางระบบประสาทที่ไม่มีทางรักษา โดยผู้ป่วยโรคคูรูจะถูกมองว่าเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีชั้นไขมันที่มีลักษณะเดียวกับเนื้อหมู ส่วนสมองของผู้ป่วยซึ่งเต็มไปด้วยเชื้อโรค จะถูกนำไปเป็นอาหารของเด็กและคนแก่ ซึ่งกลายเป็นสาเหตุให้โรคแพร่ระบาดรวดเร็วยิ่งขึ้น

5. ชนเผ่าวาริ (WARI)

"ชนเผ่ากินเนื้อคน"

ถิ่นพำนัก : บราซิล
ติดต่อโลกภายนอกครั้งแรก : ศตวรรษที่ 16
ระดับความอันตราย : สูง

    ชนเผ่าวาริเป็นที่รู้จักกันดีในแง่ของการเป็นมนุษย์กินคนที่กินเนื้อพวกเดียวกันเอง (Endocannibalism)สิง่ที่ทำให้ชนเผ่านี้มีความแตกต่างจากชนเผ่าอื่นๆ ที่กล่าวในที่นี้ ซึ่งจะกินเนื้อมนุษย์หลังการสู้รบจบสิ้น แต่การกินเนื้อมนุษย์ของชนเผ่าวาริจะเกี่ยวข้องกับพิธีศพ โดยญาติสนิทของผู้เสียชีวิตจะทิ้งศพไว้ 3 วัน เพื้อให้ความร้อนอันทารุณของป่าอะเมซอนย่อยสลายศพ แล้วเมื่อญาติทั้งหมดมาชุมนุมกัน อวัยวะภายในของศพจะถูกนำออกจากร่างก่อนที่มันจะสุก ญาติที่ใกล้ชิดที่สุดจะไม่ร่วมกิน แต่จะเชิญให้ญาติคนอื่นๆ เป็นผู้กินแทน โดยมีความเชื่อว่าดวงวิญญาณของผู้ถูกกินจะดำรงอยู่ในตัวผู้กิน และการเฝ้ามองบุคคลในครอบครัวที่ตายไปแล้วถูกกิน จะช่วยบรรเทาความเศร้าเสียใจของพวกเขาลง

6. ชนเผ่าเมารี (Maori)

"ชนเผ่ากินเนื้อคน"

ถิ่นพำนัก : นิวซีแลนด์
ติดต่อโลกภายนอกครั้งแรก : ศตวรรษที่ 17
ระดับความอันตราย : ปานกลาง

   ในปี ค.ศ. 1642 อาเบล แทสมัน (Abel Tasman) นักสำรวจชาวฮอลแลนด์ ค้นพบนิวซีแลนด์เป็นครั้งแรก แต่กลับพบว่าลูกเรือถูกชนเผ่าเมารีฆ่าเพื่อกินเป็นอาหาร ประมาณหนึ่งร้อยปีหลังจากนั้น ค.ศ. 1769 เจมส์ คุก เหยียบแผ่นดินนิวซีแลนด์อีกครั้ง ทำให้ชาวยุโรปจำนวนมากเริ่มมาที่นี่ เป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์น่าสยองขึ้นอีกครั้ง ที่แท้ชนเผ่าเมารีมีประเพณีห่าศัตรูเพื่อกินเป็นอาหาร พวกเขาเชื่อว่าหากกินศัตรูเสียก็จะได้ความสามารถและความชำนาญของศัตรูไว้กับตัวเอง ทำให้ชื่อของชนเผ่าเมารีสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้ที่ได้ยินอย่างมาก แต่ปัจจุบันชนเผ่าเมารีเลิกกินคนแล้ว

      ติดตามเรื่องราวความน่ากลัวของชนเผ่ากินคนได้ใน The Green Inferno หวีดสุดนรก

24 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

"ชนเผ่ากินเนื้อคน""ชนเผ่ากินเนื้อคน"

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook Page : Handmade Distribution , moviepilot.com

Advertisement