เรื่องย่อละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 6

413
รักออกฤทธิ์

บทประพันธ์ : นิตินันท์, วรรณพร, นิพล
บทโทรทัศน์ : สมภพผูกพันน้อย
กำกับการแสดง : คิง-สมจริง ศรีสุภาพ
แนวละคร :
ผลิต : บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด

เรื่องย่อละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 6

โจรีบไปหาป๋องที่บ้าน เจอป๋องแต่งตัวเท่จะไปดูคอนเสิร์ตเพราะมีบัตรที่ปลายฟ้าให้ไว้ แต่พอโจถามว่าจะไปไหน ป๋องก็อึกอัก แล้วบอกว่าจะไปเที่ยวเรื่อยเปื่อย โจจึงเอาห่อยาให้สั่งก่อนออกรถไปว่า

“มีงานให้ทำ ฉันอยากรู้ว่าของในห่อนี้คืออะไร งานด่วนรีบไปเลย” ป๋องมองห่อยาในมือ ถอนใจเซ็งๆ

เมื่อกลับไปถึงบ่อน โจขึ้นห้องพักที่อยู่บนดาดฟ้า ปฐมขึ้นมาถามว่าไปส่งตั่วเจ๊แล้วใช่ไหม คุยหยอกล้อพอให้บรรยากาศสบายๆแล้ว ปฐมตั้งข้อสังเกตว่าดูเขาไม่เดือดร้อนเรื่องความจำเสื่อมเลย โจขอเหตุผลว่าทำไมตนต้องทำแบบนั้น

“สมมติเช่น…แกเป็นคนที่เสี่ยเพ้งส่งมา จะเพื่ออะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่ต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ”

“เสี่ยเพ้งเป็นใคร ผมไม่รู้จัก” ปฐมบอกว่าเป็นศัตรูของเรา “ผมไม่ใช่คนของเสี่ยเพ้ง มีเหตุผลอื่นอีกไหมครับ

ที่ทำให้ผมต้องโกหกว่าความจำเสื่อม” ปฐมบอกแกมขู่ในทีว่า เหตุผลอะไรก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญอย่าคิดร้ายกับตั่วเจ๊ก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นขอสาบานว่าจะเล่นงานเขาให้ถึงที่สุด “ผมดูออกว่าพี่เป็นคนยังไง ถ้าพี่คิดจะเล่นงานผมละก็ ผมคงต้องทำใจล่วงหน้า”

“แต่ถ้าแกอยู่กับพี่น้องกับเรา เราก็จะเป็นพี่น้องกับแก แกมีปัญหาฉันก็จะช่วยแกจนถึงที่สุดเหมือนกัน”

โจรับคำ ปฐมตบบ่าเขาแล้วเดินออกไป โจมองตามอย่างคิดไม่ถึงว่าปฐมจะซื่อสัตย์ต่อวนิษาถึงขนาดนี้

ผลการตรวจยาที่โจแอบเอามาจากวนิษา ปรากฏว่าเป็นยารักษาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ทำให้โจโล่งใจจนยิ้มออกมาคนเดียว

เมื่อไปรับวนิษา โจใช้ความสามารถพิเศษของตัวเอง เสกดอกทิวลิปสีขาวมอบให้วนิษา บอกว่าแทนคำขอโทษจากใครคนหนึ่ง แม้ไม่รู้ว่าเป็นใครแต่วนิษาก็รู้สึกดีที่ได้รับดอกไม้ ไม่เพียงเท่านั้น โจยังทำเป็นเสกเศษสตางค์หล่นเกลื่อนหลอกให้ชายคนหนึ่งที่ตามจีบวนิษาขณะเดินออกจากโรงแรมให้ชายคนนั้นตามเก็บเหรียญจนเขาพาวนิษาหลบมาได้

ระหว่างเดินออกจากโรงแรม โจถามว่าเธอโดนตามจีบแบบนี้บ่อยหรือ เธอบอกว่าบ่อยและขอบใจที่เขาช่วยแก้ปัญหาให้ โจเลียบเคียงว่าทีแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะช่วยดีหรือไม่ เผื่อเป็นคนที่เธอเกิดปิ๊งขึ้นมา

“ครั้งต่อไปไม่ต้องลังเล เห็นใครเข้ามาจีบฉันก็ขัดขวางได้เลย” โจถามว่าทำไม “ฉันไม่ดีพอสำหรับใครน่ะสิ” ตอบแล้ววนิษาถามว่าเมื่อกี้เขาทำได้อย่างไรเห็นเสกเหรียญได้ ตอนกลางวันก็เสกดอกทิวลิปได้ โจบอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าทำได้ และแค่นี้ก็ไม่ถึงขั้นเป็นนักมายากลหรอก นอกเสียจากว่าตนจะทำให้เธอหายตัวได้

วนิษาบอกให้ลองดู โจบอกให้เธอหลับตาแล้วมองหน้าเธออึ้งจนไม่อาจละสายตาได้ เมื่อวนิษาถามว่าลืมตาได้หรือยัง โจบอกให้ลืมตาได้แล้ว เขาทำเป็นมองไม่เห็นแกล้งเหลียวซ้ายแลขวา วนิษาแกล้งตบหัวป้าบ จนโจเซถลาบ่นว่าเล่นแรงจัง เธอถามขำๆว่าเห็นแล้วหรือ โจบ่นเสียงอ่อยว่าก็ตบซะแรงขนาดนั้นไม่เห็นได้ยังไง วนิษาเลยจะเลี้ยงข้าวปลอบใจ โจกลืนน้ำลายเอื๊อกเพราะกำลังหิวพอดี๊…พอดี

เธอพาโจไปกินข้าวร้านริมถนน แต่อวดว่าอร่อย บอกโจว่าที่จริงตนชอบกินแบบนี้ สงสัยว่าเพราะกินมาตั้งแต่เด็ก จะกินคนเดียวก็เหงา จะชวนคนอื่นก็ไม่ได้เพราะเป็นสะใภ้เจ้า ที่บ่อนก็เป็นตั่วเจ๊ มีแต่เขานี่แหละที่ตนกล้าชวน โจติงว่าเธอแคร์สายตาคนอื่นมากไปหรือเปล่า

“ฉันไม่ได้แคร์คนอื่นหรอก แต่ฉันต้องเล่นไปตามบทน่ะ”

“แถมบทคุณแต่ละบทก็เล่นยากๆทั้งนั้น จะว่าไปคนเราทุกคนมีบทให้เล่นทั้งนั้นแต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ดีเหมือนคุณ” วนิษาถามว่าแกล้งพูดเอาใจหรือเปล่า “เปล่าครับ ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ”

“ขอบคุณนะ อย่างน้อยโลกนี้ก็มีคุณคนนึงละที่เข้าใจฉัน”

ทั้งสองยิ้มอย่างเริ่มรู้สึกดีต่อกันมากขึ้นทุกที และเมื่อวนิษาขึ้นไปที่คอนโด เธอเอาดอกทิวลิปให้ปลายฝนดูถามว่าสวยไหม ปลายฝนถามว่าใครให้ วนิษาบอกว่า “เทพบุตร” แล้วก็นั่งมองดอกทิวลิปอย่างมีความสุขน้อยๆ

“ต้องปิดบังอะไรแน่ๆหน้าตาลั้นลาซะขนาดนั้น” ปลายฝนพึมพำเมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของวนิษา

วันต่อมา ขณะขับรถให้วนิษาที่นั่งอยู่เบาะหลัง จู่ๆโจก็ถามว่าถ้าตนหายความจำเสื่อม เธอจะคุยกับตนแบบนี้อีกไหม

“คุยสิ นอกเสียจากว่านายเป็นลูกท่านหลานเธอที่สูงส่งจนไม่เห็นฉันอยู่ในสายตา แบบนั้นฉันคงไม่บังอาจไปคุยกับนาย” ตอบแล้วถามว่าทำไมอยู่ดีๆถามแบบนี้ขึ้นมา เริ่มจะจำอะไรได้บ้างแล้วใช่ไหม โจบอกว่าเปล่าแค่ถามเผื่อไว้เท่านั้น แล้วต่างมองตากันผ่านกระจกมองหลังและ…ยิ้มให้กัน

วนิษาให้โจขับรถไปวังปลา ซื้ออาหารเลี้ยงปลาเป็นกระสอบข้าว ต้องช่วยกันให้อาหารปลาทั้งสนุกและมีความสุข

ออกจากวังปลาก็ไปให้อาหารนกต่อ ระหว่างที่วนิษาไปซื้ออาหารนกนั่นเอง โจก็ได้รับโทรศัพท์จากหญิงจุ๋ม คืนนี้เขาจึงไปพบหญิงจุ๋มที่ร้านกาแฟ เล่ากึ่งรายงานว่า

“บางทีคุณวนิษาอาจจะเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการตายของคุณชายแจ้และเสี่ยป๊อก” แล้ว

แจงเหตุผลว่า ยาที่ตนเห็นวนิษาใส่ในน้ำชาให้หม่อมจันดื่ม เอาไปตรวจแล้วเป็นยาบำรุงกล้ามเนื้อ ยารสเฝื่อนหม่อมจันไม่ยอมกิน วนิษาจึงต้องแอบเอาใส่น้ำชาให้ดื่ม

หญิงจุ๋มหัวเราะบอกว่าผลการชันสูตรอย่างละเอียดของอาจารย์หมอระบุว่า การตายของชายแจ้กับเสี่ยป๊อกเกิดจากสาเหตุเดียวกันคือหัวใจเต้นผิดจังหวะขั้นรุนแรงทั้งๆที่ประวัติของทั้งสองไม่ได้เป็นโรคหัวใจ แบบนี้จะให้คิดอย่างไร มองหน้าโจดักคอว่า

“อย่าบอกนะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องบังเอิญน่ะ”

“ไม่หรอกครับ…ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” โจตอบไปอย่างนั้น แต่พอกลับถึงบ้านก็ถามตัวเองว่า “หรือที่คุณทำบุญมากมายเพราะคุณต้องการลบล้างความผิดบาปของคุณ…วนิษา?”

Advertisement