เรื่องย่อละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 5

424
รักออกฤทธิ์

บทประพันธ์ : นิตินันท์, วรรณพร, นิพล
บทโทรทัศน์ : สมภพผูกพันน้อย
กำกับการแสดง : คิง-สมจริง ศรีสุภาพ
แนวละคร :
ผลิต : บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด

เรื่องย่อละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 5

โจล้มหัวพาดถนน ไม่นานรถหรูคันหนึ่งขับมา ล้อรถผ่านหัวโจไปอย่างน่าหวาดเสียว แต่พอเลยไปนิดเดียวรถก็จอด คนขับลงมาดู วนิษานั่นเอง…

โจนอนลืมตาดูดาวบนท้องฟ้า วนิษามาถึงได้ยินเขาพร่ำพรรณนาความสวยงามของดวงดาว เพ้อว่าสวรรค์ส่งนางฟ้ามารับตน ครู่ต่อมาโจก็หลับตาหมดสติ วนิษาตบหน้าเรียก แต่โจก็ไม่รู้ตัว

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง โจเห็นภาพตรงหน้าพร่าๆ มัวๆ วนิษาถามหมอว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง หมอบอกว่าปลอดภัยแล้ว แต่ดูแปลกๆ เพราะไม่พบบัตรประชาชนหรือเอกสารอื่นใดในตัวเลย เราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร วนิษาบอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็นใคร

พอหมอกับวนิษาหันมองโจก็รีบหลับตา พลันสมองก็ทำงานอย่างฉับไว โจทำหน้างงๆถามว่าตนอยู่ที่ไหน? ตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? หมอบอกช้าๆเพื่อให้เขาคิดตามว่า

“คุณโดนงูกัดหมดสติ คุณผู้หญิงคนนี้เป็นคนพาคุณมาส่งโรงพยาบาล เขาเป็นคนช่วยชีวิตคุณ”

โจยังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อมจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ชื่อตัวเอง วนิษาจะพาไปส่งบ้าน โจบอกว่าจำไม่ได้ว่าบ้านตัวเองอยู่ที่ไหน วนิษาถามหมอว่างูกัดทำให้เขาความจำเสื่อมหรือ

“ไม่น่าเกี่ยวกันนะครับ ผมไม่เคยได้ยินเลยว่า

มีคนโดนงูกัดแล้วความจำเสื่อม แต่มันก็อาจจะเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะเขาสลบไปตั้งสามวัน”

“หา! ผมสลบไปตั้งสามวัน” โจตกใจ พอหมอยืนยันก็อึ้ง หมอจึงให้คนไข้พักผ่อนก่อน เพิ่งฟื้นขึ้นมาอย่าเพิ่งรบกวนดีกว่า ให้เขาพักสักครู่ความจำอาจจะกลับมาก็ได้

ทั้งวนิษาและยายวรางค์จึงออกไป

ออกจากโรงพยาบาล วนิษาพาโจไปกินอาหารก่อนจะพาไปส่งบ้าน โจบอกจำบ้านตัวเองไม่ได้ เธอจึงพาไปที่บ่อนฝากปฐมให้ช่วยดูว่ามีอะไรจะให้โจทำได้บ้าง

พอปฐมถามโจว่าทำอะไรเป็นบ้าง โจบอกว่าต้องลองดูถึงจะรู้ ปฐมถามว่าจะให้ตนเรียกเขาว่าอะไร แล้วหันมองวนิษาที่มองโจอยู่ เธอนึกภาพที่พบโจครั้งแรกเขานอนดูดาวแล้วเพ้อก่อนหมดสติ เธอเลยตั้งชื่อให้ว่า “นายดาว”

จากนั้นปฐมจึงให้โจทดสอบความสามารถนับจากง่ายไปสู่ยาก งานแรก ให้ซอยไพ่ โจซอยไพ่ดูเหมือนจะชำนาญแต่สุดท้ายทำไพ่ทั้งสำรับหลุดผัวะใส่หน้าปฐมเต็มๆ ต่อมาให้ลองเสิร์ฟน้ำ โจก็ท่าดีทีเหลวอีกตามเคย เพราะเดินสะดุดทำน้ำหกใส่ปฐมเปียกหมด ปฐมเปลี่ยนเป็นให้โชว์ลีลาการต่อสู้ โจถูกลูกน้องปฐมที่ส่งมาประลองฝีมือล่อเสียน่วม โจยืนโงนเงนแล้วถลาไปชนปฐมล้มไปด้วยกัน ปฐมอ่อนใจกับท่าดีทีเหลวของโจ สุดท้ายให้เข้าครัวลองผัดผักบุ้ง โจโชว์ลีลาผักบุ้งลอยฟ้า ปรากฏว่าผักบุ้งร้อนๆจากกระทะลอยไปใส่หัว ปฐมเข้าเต็มๆ!

“ผลการทดสอบไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง” ปฐมสรุป บอกวนิษาว่า “ผมไม่รู้จะให้นายดาวมันทำอะไรดี เพราะมันไม่มีอะไรดีสักอย่าง”

แต่ในที่สุด ปฐมกับวนิษาก็ค้นพบสิ่งดีๆในตัวโจ เมื่อโจแอบไปเช็ดรถของวนิษาจนสะอาดวาววับ พอวนิษารู้ว่านายดาวเป็นคนล้างรถให้ ก็พอใจ ถามว่าขับรถเป็นไหม โจบอกว่าต้องลองดู ปฐมชักเสียว เลยขอนั่งรถไปด้วย

โจโชว์ฝีมือการขับรถได้ดีจนปฐมชมว่าใช้ได้ โจเลยโชว์ตีเข้าโค้งแบบดริฟต์ มาถึงลานกว้างยังโชว์ดริฟต์วงกลมจนยางไหม้ควันโขมง พอจอดรถตรงหน้าวนิษา ปฐมก็ลงไปอ้วกแทบตาย

“ฉันรู้แล้วว่านายทำอะไรน่าจะรุ่ง” วนิษาบอกอย่างพอใจ

“ด้วยความยินดีครับ” โจแอบยิ้มเจ้าเล่ห์…ที่แผนทุกอย่างผ่านฉลุย

แต่พอโจกลับบ้าน พบว่าประตูหน้าต่างทุกบานมีผ้ายันต์แปะไว้หมด เพราะป๋องคิดว่าโจตายแล้วจึงแปะผ้ายันต์กันผีไว้ แต่พอรู้ว่าโจยังไม่ตายก็กอดขาโจพร่ำบอก

“พี่โจ พี่ยังไม่ตายจริงๆด้วย เป็นห่วงพี่ที่สุดเลยครับ จนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน ในที่สุดพี่ก็กลับมาแล้ว ขอบคุณสวรรค์”

“เป็นห่วงมากเลยนะแก เอายันต์ปิดซะรอบบ้านเลย ทุ้ยยยย!”

รุ่งขึ้น ระหว่างนั่งรถไปด้วยกัน เมื่อป๋องรู้ว่าโจไปเป็นคนขับรถให้วนิษา ก็ถามว่าทำเพื่อตอบแทนที่วนิษาช่วยชีวิตเขาใช่ไหม? แล้วจะเลิกงานนี้แล้วใช่ไหม? หรือเพื่อสืบเรื่องวนิษาได้ง่ายขึ้น??

พอโจยอมรับข้อสุดท้าย ป๋องติงว่าแบบนี้ก็เหมือนทรยศวนิษาที่ช่วยชีวิตเขาไว้แต่ยังจะหาหลักฐานเล่นงานเธออีก แบบนี้เขาเรียกว่า เนรคุณ โจแก้ต่างว่าหญิงจุ๋มจ้างตนก่อนที่วนิษาช่วยชีวิตตน ถ้าปล่อยวนิษาก็เท่ากับตนทรยศต่อลูกค้า

“ขนาดจะเนรคุณยังอุตส่าห์มีหลักการอีก” ป๋องบ่นเซ็งๆ

“ถ้าสมมติแกเจอหลักฐานว่าคุณวนิษาฆ่าผัวเขาจริงๆแล้วแกจะปล่อยเขาไปเพราะเขาเคยช่วยชีวิตแกงั้นเหรอ ถ้าแกปล่อยฆาตกรลอยนวลก็เท่ากับแกไม่มีคุณธรรม”

ป๋องพยายามจะชี้แจงหลายครั้งแต่โจพูดจนไม่มีช่องแทรก สุดท้ายป๋องบอกว่า “ผมก็บอกไม่ถูก อย่าง งู้นก็ไม่ได้อย่างงี้ก็ไม่ดี” พอโจบอกว่าป๋องด่าว่าตนเนรคุณอย่างมีหลักการ ตนก็จะบอกว่าเพราะตนยึดหลักการถึงได้เนรคุณ ป๋องทำหน้างงบ่น “ผมปวดหัวแล้วครับเลิกพูดเถอะครับ”

“ไอ้ป๋อง แกอย่าหนีปัญหา ถ้าแกอยากอยู่แบบเคารพตัวเอง ก่อนอื่นแกต้องรู้ก่อนว่า ชีวิตคนเรามันไม่ง่ายนักหรอก แถมบางครั้งมันก็โคตรยากเลย คิดให้เยอะก่อนตัดสินใจ จะได้ไม่เสียใจทีหลัง” โจสรุปแล้วต่างนั่งเงียบๆกันไป

เมื่อไปเจอหญิงจุ๋มกับพจน์สามีที่เป็นห่วงเมียออกมาดึกๆจึงตามมาด้วย หญิงจุ๋มรวบรัดว่ามีอะไรให้ว่ามาเลย

“เรื่องแรก ตั้งแต่วันนี้ ผมจะไม่สะดวกที่จะเจอคุณตลอดเวลา เพราะผมจะแทรกซึมเบ้าวงในของคุณวนิษา เรื่องที่สอง คุณอาจจะเจอผมอยู่กับคุณวนิษา ตั้งสติดีๆอย่าเผลอทักผมต่อหน้าเขา ถ้าจะให้ดี ไม่ว่าเจอกันเมื่อไหร่ก็อย่าทัก เรื่องที่สาม สำคัญมากๆ ขอเบิกเงินอีกงวดคร้าบบบบ” ประโยคท้ายโจย้ำชัดๆอย่างอ่อนน้อมแต่แกมบังคับ

พจน์มีข้อแม้ว่าจะเบิกเงินได้ก็ต้องมีผลงานอะไรหน่อย โจเสนอผลงานว่าตอนนี้กำลังสืบไปถึงคุณยายของวนิษาอยู่

โจเล่าว่า เพราะเธอโตมากับคุณยายและให้ความไว้วางใจคุณยายมากกว่าพ่อแม่ตัวเองด้วยซ้ำ ฟังแล้วพจน์ถามว่าขนาดนั้นเชียวหรือ พอโจถามว่าเขาคิดอะไรอยู่ พจน์บอกว่าไม่มีอะไรและยอมจ่ายให้ไม่มีปัญหา ยื่นเช็คให้ สัมผัสมือกันโจพูดยิ้มๆว่า

“ขอบคุณนะ ท่าทางคุณจะช่วยผมได้เยอะนี่”

โจทำหน้าที่คนขับรถให้วนิษาอย่างมืออาชีพ วันนี้ก็พาเธอไปที่วังวาสุวงศ์ เธอบอกให้โจไปจอดรถห่างออกไป

โจใช้กล้องจิ๋วส่องดู เห็นเธอเทยาใส่ในถ้วยชาให้หม่อมจันอย่างที่เคยเห็นคราวที่แล้ว โจจ้องกระเป๋าถือวนิษาคิดอะไรบางอย่าง เมื่อเธอกลับมาสั่งให้ขับรถไปบ้านพักคนชราจะไปทำบุญ โจชมว่าดี จิตใจจะได้ผ่องแผ้ว

“ฉันเป็นคนมีกรรม ต้องทำบุญเยอะๆ หวังว่า

สักวันกรรมเก่าที่ติดตัวมาจะหายไป” แล้ววนิษาก็พูดความเชื่อของตนให้ฟังว่า “เราทุกคนมีกรรม มันติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด มันทำให้บางคนดวงดี บางคนดวงไม่ดี นายเชื่อเรื่องดวงไหม?”

“ไม่เชื่อครับ ผมเชื่อว่าเรากำหนดชีวิตเราเอง” โจตอบทันทีอย่างมั่นใจ วนิษาติงว่าเขาไม่ใช่คนดวงไม่ดีอย่างตนไม่เข้าใจหรอก “ใครจะรู้…อย่าลืมสิครับว่าผมยังจำตัวเองไม่ได้เลย”

วนิษาบอกว่าโชคดีแล้วคนความจำดีเป็นโชคร้ายรู้ไหม

“เรื่องบางเรื่องที่อยากลืมก็ลืมไม่ได้ ถึงเราลืมได้ บางทีคนรอบข้างก็หวังดีช่วยให้เราจำได้ซะงั้น” พอโจพูดจบ วนิษามองหน้าโจยอมรับว่าใช่ เขาพูดเหมือนเข้าใจตน “ไม่หรอกครับ เพราะยังไงผมก็จะไม่เชื่อเรื่องดวง เรื่องทำบุญแก้กรรมผมยิ่งไม่เชื่อ”

เมื่อความเห็นต่างกัน เลยนั่งกันเงียบๆ ไปจนถึงบ้านพักคนชรา ทำบุญเลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมคนชรา

พอจะกลับ โจชี้ให้วนิษาดูคุณยายคนหนึ่งที่แยกตัวไปนั่งเศร้าอยู่คนเดียว วนิษาปรารภว่าไม่รู้ว่าได้ข้าวกับขนมหรือยัง โจจึงเสียสละของตนให้เธอเอาไปให้ ระหว่างที่วนิษาเดินลงจากรถเอาข้าวและขนมไปให้คุณยายคนนั้น โจรีบเปิดกระเป๋าหยิบห่อยาออกมาแบ่งห่อใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง ทำทุกอย่างอย่างรวดเร็วและแนบเนียน

เมื่อส่งเธอที่คอนโดแล้ว วนิษาบอกว่าพรุ่งนี้ให้มารับเวลาเดิม แต่พอหยิบกระเป๋าก็ทำยาซองนั้นร่วงหกที่พื้น โจได้ทีถามทีเล่นทีจริงว่ายาเบื่อหนูหรือ

วนิษาบอกว่าเป็นยารักษาโรคของหม่อมจัน แต่หม่อมไม่ยอมกินยาเพราะเฝื่อนกินยาก ตนเลยต้องแอบใส่ในน้ำชาให้ดื่ม พอวนิษาเดินไป โจมองตามพึมพำกับตัวเอง “ใครเชื่อก็บ้าแล้ว หึๆ”

Advertisement