เรื่องย่อละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 2

690
รักออกฤทธิ์

บทประพันธ์ : นิตินันท์, วรรณพร, นิพล
บทโทรทัศน์ : สมภพผูกพันน้อย
กำกับการแสดง : คิง-สมจริง ศรีสุภาพ
แนวละคร :
ผลิต : บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด

เรื่องย่อละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 2 

รถวนิษาคันแรกวิ่งตรงต่อไป ขณะที่รถสีดำที่วนิษาเปลี่ยนมานั่งกลับวิ่งย้อนกลับออกมาทางเดิม รถผ่านตรงทางเข้าซอยไม่มีวี่แววของโจ จนกระทั้งรถผ่านไป โจค่อยๆโผล่หน้าออกมาจากที่ซ้อน

“ตั่วเจ้เนี่ยนะ” โจอึ้ง รีบตามวนิษาไป

วนิษานั่งรถเก๋งสีดำที่มีปฐมมือขวาคนสนิทนั่งเป็นบอดี้การ์ด รถแล่นเข้ามาที่ย่านไชน่าทาวน์ เข้าไปในตึกแถวหลังเก่าๆ หนังหนึง โจรีบลงจากแทรกซี่ ยืนมองด้วยความแปลกใจ เห็นชายหนุ่มท่าทางป๋าๆ ยืนคุยกับคนเฝ้าประตู สักพักก็เดินเข้าไปข้างใน โจรีบหยิบมือถือกดไลน์หาป๋อง ป๋องกำลังยืนยิ้มหวานให้กับสาวๆ มีสัญญาณเข้ามารีบกดอ่าน

“ไปหาลูกค้า ขอเบิกเงินเพิ่มเพราะเริ่มเสี่ยงมากขึ้น ถ้าลูกค้ายึกยักไม่จ่ายเงินก็คืนงานได้เลย ปล.แก้ต้องให้เค้าจ่ายให้ได้เพราะเราไม่มีงานอื่น ถ้าคืนนี้ไม่เจอกันให้พาตำรวจมาตามที่อยู่นี้ … เวรแล้วไงลืมเขียนไปในรายงาน บ้านหลังนั้นมัน …”

ป๋องอึ้งรีบพิมพ์ข้อความกลับไป

“ที่นั่นอันตรายมาก ถอนตัวด่วน จะทันไหมเนี่ย” ป๋องพิมพืไปหน้าเสียไป

โจส่งข้อความเสร็จก็เก็บมือถือใส่กระเป๋า ยัดทุกอย่างลงเป้ แล้วโยนขึ้นไปบนกันสาดลับตาคน มือถือส่งสัญญาณมีไลน์เข้ามา แต่โจไม่ได้ยิน …. โจยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อรอดูสถานการณ์ เห็นหญิงคนหนึ่งเดินมาคุยกับคนเฝ้าประตู โต้ตอบกันเหมือนคนแรก แล้วก็เดินเข้าประตูไป โจพยายามมองปากคนที่เข้ามาคุยกับคนเฝ้าประตู จนมั่นใจ จึงเดินไปหาคนเฝ้าประตู

“วันนี้หมาสีอะไร” คนเฝ้าประตูถาม

“สีขาว” โจตอบอย่างมั่นใจ คนเฝ้ามองโจอย่างไม่ไว้ใจ โจนึกได้ว่าคงอ่านปากผิด

“สีเทา” โจรีบแก้  คนเฝ้าประตูยังไม่เปิด ทำมือให้เห็นด้ามปืนที่พกอยู่ โจพยายามทำปากให้เหมือนกับพวกที่ผ่านเข้าไป

“เดี๋ยวๆๆๆ แป๊บนึงนะ อาวๆๆๆ…สีอะไรว่ะ สียาว สีมาว สีคาว สีฮาว สีบาว สีนาว นึกออกแล้วๆ สีบราวน์ brown”

โจใส่เอ็กเซนต์ลงไปอีก คนเฝ้าประตูยอมเปิดประตูให้

โจเดินขึ้นไปบนชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องเปิดโล่ง มีโต๊ะหลายตัวตั้งอยู่ แต่ละตัวมีคนมุงกันแน่นเพราะเล่นการพนันกัน โจยืนมองด้วยความอึ้ง สักพักได้ยินนักพนันคนนึงลุกยืนขึ้นโวยวาย หาว่าบ่อนโกง เรียกร้องขอเงินเล่นคืน วนิษาต้องมาเคลียร์

วนิษาเอาเหรียญวางบนหลังมืออีกข้างของป๋า “ทายมาถ้าทายถูกคุณเอาเงินที่เล่นของคุณคืนไป พร้อมมือของฉัน 2 ข้าง ถ้าทายผิด ฉันขอมือคุณข้างหนึ่งแล้วจบ”

ทุกคนอึ้งกับคำพูดของวนิษา ลูกน้องเตรียมอุปกรณ์ตัดมือมาเตรียมพร้อม

“นี่เหรียญของคุณเองนะ มือก็มือคุณ ไม่มีการโกงแน่ๆ ทายมา” ป๋าชักไม่กล้า อึกๆ อักๆ สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ “ไม่ทายอั๊วเปลี่ยนใจแล้ว ไม่เอาเงินคืนแล้ว”

“เห็นฉันเป็นอะไร เรียกฉันมาเคลียร์ พอฉันมาเคลียร์ก็บอกไม่มีอะไร หา”

อั๋วขอโทษตั่วเจ้ อั๊วผิดเอง ดวงอั๊วมันไม่ดีเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับบ่อนเลย อั๊วปากเสียเอง”

จับแก้ผ้าแล้วเชิญออกไปจากบ่อน”

ลูกค้าโวยวาย วนิษาไม่สน เธอสั่งอย่างเด็ดขาด ลูกน้องรีบดึงเสี่ยออกไปปฏิบัติการทันที ลูกค้าที่ยืนข้างๆหันมาเม้าท์กับโจว่าวนิษาใจถึง ที่กล้าเอามือตัวเองเป็นเดิมพัน แต่โจแย้งว่า เพราะว่าวนิษา รูปว่าป๋าคนนี้ขี้ขลาดจึงกล้าท้าทาย

วนิษาเดินผ่านหน้าโจ หยุดมอง โจยิ้มให้ วนิษายิ้มหวานให้ และจำได้ว่าโจ คือคนที่แอบมองเธอตอนอยู่ในซอยเปลี่ยวเพื่อความแน่ใจ หยิบถาดเครื่องดื่มมาบังหน้าโจ เหมือนตอนโจหลบหลังกำบัง .. วนิษาสั่งให้ลูกน้องจับตัวโจไว้ โจพยายามจะขัดขืน แต่ก็สู้ไม่ไหว ถูกจับไปขังไว้ในห้องสอบสวน มีประตูกระจกปิดอยู่ เห็นวนิษากับปฐมคุยกับลูกน้องในห้อง โจค่อยๆ ล้วงมีดที่ซ้อนไว้หลังเข็มขัดออกมาตัดเชือกที่มือ ขณะที่สายตาก็จ้องมองไปที่ริมฝีปากของคนพวกนั้นที่คุยกัน

“ผมค้นตัวมันแล้ว ไม่เจอหลักฐานอะไรเลยครับ”

“ฉันอยากรู้ว่ามันเป็นใครมาจากไหน”

“มันเป็นคนของเสี่ยเพ้งแน่ๆ ผมว่าต้องจัดการขั้นเด็ดขาด” ปฐมบอก

“ทำยังไงค่ะ”

“ตัดหัวมัน เอาไปคืนให้เสี่ยเพ้งบนเตียงนอนมัน คืนนี้เลย” โจเพ่งมองปากหน้าซีดไปทันที

“เรายังไม่รู้ว่าเป็นคนของเสี่ยเพ้งจริงหรือป่าว ฉันยังไม่อยากผลีผลามลุยกับใครโดยไม่จำเป็น”

“แต่เราจะปล่อยมันไป เฉยๆ ไม่ได้นะครับ”

“ฉันรู้ค่ะ แต่ขั้นแรกเราต้องรู้ก่อนว่าใครส่งเขามา”

“งั้นผมจัดการเอง” ปฐมทำท่าจะเข้าไปคุย แต่วนิษาบอกว่าเธอจะเข้าไปคุยเอง

“”จะดีหรอครับ”

“ไม่เป็นไร .. คุณปฐม ลูกน้องของเฮียหลายคนยังไม่ยอมรับฝีมือฉัน ฉันต้องแสดงให้เค้าเห็นว่า ฉันก็โหดพอที่จะเป็นตั่วเจ้ของพวกเขาได้ นี่เป็นโอกาสที่ดีของฉัน”

“ระวังตัวด้วยแล้วกันนะครับ” บอกวนิษาแล้วหันมาบอกโจเสียงดัง เหมือนจงใจให้ลูกน้องได้ยิน

“ตั่วเจ้จะสอบปากคำแกเอง ถ้าฉลาดมีอะไรก็รีบพูดออกมาซะ ไม่งั้นแกจะเสียใจ”

ลูกน้องพากันมองด้วยความสนใจวนิษารับกล่องเครื่องมือมาจากปฐม แล้วเดินเข้าไปในห้อง ถามโจว่าเป็นใคร โจไม่ยอมพูด วนิษาหยิบของในกล่องออกมาขู่

“น้ำกรดหรอขอบอกว่ากากมากครับจะราดหรือจะกรอกก็ได้ ผมไม่กลัวหรอกอยู่บ้านผมซดแล้วลาท้องอืดๆ มันไล่ลมดี” โจทำพูดข่ม

“ก้ดี ฉันว่าน้ำกรดมันแพงไปสำหรับคนอย่างนาย” เธอหยิบอีกชิ้นขึ้นมา

“ปืนชอร์ตไฟฟ้าหรอ ฮ่าๆๆ ไอ้นี่เวลาโดนยุงกัด ผมเอามาจี้ตัวเองประจำแก้คันดีกว่ายาหม่องอีก”

“รู้มากนักใช่มั้ย แล้วไอ้นี่หละเป็นไง”

วนิษาหยิบเครื่องตรวจภายในขึ้นมา โจขมวดคิ้วไม่รู้จัก

“ไม่รู้จักหรอ เครื่องตรวจภายในสตรี เรียกง่ายๆว่า ปากเป็ด หรือ speculum นี่เวลาใช้ก็ใส่เข้าไป แล้วกดอย่างงี้”

วนิษาทำท่ากดปากเป็ดออก โจชักเริ่มกลัวนิดๆ เพราะวนิษาบอกใช้กับผู้ชายได้เหมือนกัน เธอเดินเข้าไปหา โจขยับหนี

“ผมขอเตือนด้วยความหวังดีนะครับ ถ้าคุณใช้ไอ้นั้นกับผม ผิดช่องผิดทางแล้วละก็ มวลสารศักดิ์สิทธิ์ในตัวผมมันจะทะลักออกมา ทำให้บ่อนคุณเห็นไปทั่ว ลุกค้าคุณจะอวกเละเทะกันทั้งบ่อน แล้วกลิ่นมันล้างออกยากมากด้วยนะ”

“ใครบอกว่าฉันจะใช้แบบนั้นล่ะ”

 “แล้วคุณจะใช้แบบไหน”

บอกแต่แรกแล้วว่าจะหาของที่ใช้กับปากพล่อยๆ ของนาย”

โจหน้าถอดสี “อย่านะ อย่าเอาไอ้นั้นมาใช้กับปากผมนะ มัน แหยะ”

“ดูสิ มีคราบเหลืองๆ อยู้เลย ครั้งที่แล้วใช้เสร็จแล้วยังไม่ได้ล้างแน่เลย”

โจเม้มปากแน่น ส่งเสียงอู้อี้ สั่นหน้าไปมา มือที่โดนมัดอยู่ก็พยายามตัดเชือกให้ขาดยิกๆ แต่ยังไม่สำเร็จ วนิษายื่นมือมาจับปากโจให้อ้า ยื่นปากเป็นมาจอที่ริมฝีปาก โจขยะแขยงจนยอม

“นายเป็นใคร”  โจแอบเร่งมือ เชือกใกล้จะขาดแล้ว

“เป็นใครไม่สำคัญ สำคัญที่ผมเป็นคนของใคร”

 “อ่ะ งั้นใครส่งนายมา”

โจตัดเชือกขาดพอดี กระชิบเบาๆ กับวนิษา “ผมเป็นคนของเสี่ย .. เสี่ย ..พ…”

วนิษาเข้ามาใกล้อีก นัยน์ตาโจทอประกายวูบ วนิษาเอะใจแต่ไม่ทัน โจจับตัววนิษาเหวี่ยงไปทางกำแพง หัวกระแทกกำแพงหมดสติไป โจแก้เชือกหยุดเป็นอิสระ ก็รีบถอดวิกออก แล้วหาเก้าอี้มายืนดันฝ้าเพดานเผ่นหนีออกไปได้

ปฐมเห็นในห้องเงียบไปนาน จึงเข้าไปดูเห็นวนิษานอนสลบอยู่ที่พื้น รีบเข้าไปช่วยเหลือ จนเธอได้สติ วนิษาบอกปฐมว่าคนที่จับตัวมาไม่ใช่คนของเสี่ยเพ้ง มิฉะนั้นคงฆ่าเธอไปแล้วเพราะมีโอกาส ปฐมเห็นด้วย วนิษาจะออกจากห้อง ปฐมคิดอะไรขึ้นมาได้

“เดี๋ยวก่อนครับตั่วเจ้ ตั่วเจ้จะออกไปแบบนี้ไม่ได้เสียฟอร์มหมด”

“จริงสินะ ถ้าพวกลูกน้องรู้เรื่องคงหัวเราะเยาะฉันแน่ๆ เอาไงดีล่ะ”

ปฐมคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ดัดสองเสียงแหกปากร้องลั่น ทำเป็นว่ากำลังถูกวนิษาทำร้าย ตบตาพวกลูกน้องที่แอบฟังอยู่ข้างนอกหน้าเหนเกไปตามกันกับความโหดของวนิษา

ประตูห้องเปิดออก วนิษาเดินหัวยุ่งออกมาพวกลูกน้องหลบตาไปตามๆกัน ปฐมตามออกมา ปิดประตูห้อง ไขกุญแจล๊อคแล้วหันมาสั่งลูกน้อง

“พวกแกจับตาดูไว้ ห้ามใครเข้าไปยุ่งกับมัน ใครฝ่าฝืนถือว่าเป็นไส้ศึก ต้องโดนหนักกว่ามันอีกเข้าใจมั้ย” ปฐมสั่งเสียงเข้ม ลูกน้องพากันหัวหด

“แต่ตั่วเจ้ซัดซะไม่ยั้งแบบนี้ เดี๋ยวมันคงตายแล้วหละ เดี๋ยวช่วงปลอดคนฉันจะหาทีมมาเก็บศพมันเอง พวกแกอย่ายุ่งก็แล้วกัน” ทั้งสองเดินออกไปลูกน้องพากันกลัวๆ

เย็นวันนั้น วนิษาไปรับปลายฝนลูกสาวคนเดียวของเสี่ยป๊อกที่โรงเรียนดนตรี ปลายฝนไม่ค่อยสนิทกับแม่เลี้ยงเท่าไหร่นัก ยังเก็บตัวอยู่ในโลกส่วนตัวของเธอ แต่วนิษาก็ทำหน้าที่แม่เลี้ยงได้ไม่มีที่ติ

โจกลับมาถึงออฟฟิศอย่างปลอดภัย ป๋องถอนใจโล่งอก บอกเล่าเรื่องบ่อนของเสี่ยป๊อกให้ฟังทันที

“มันไม่ใช่แค่บ่อน มันเป็นรังของเสี่ยสมชายเลยล่ะ”

“เสี่ยสมชายหรือเสี่ยป๊อก ผัวคนที่สองของยัยนั่นใช่มั้ย”

“ใช่ครับ แก๊งไม่ใหญ่มากแต่คุมพื้นที่สำคัญๆ แย่งผลประโยชน์กันน่าดู แต่ละแก๊งแถวนั้นใครไม่โหดก็อยู่ไม่ได้”

“ขอบใจสำหรับข้อมูล แต่บอกช้าไปหน่อยนะ”

“คุณวนิษาเค้า เข้าไปทำอะไรในนั้นน่ะครับ”

“เป็นตั่วเจ้คุมบ่อน” ป๋องดูแปลกใจ

“ยัยนี่เป็นผู้หญิงที่พิลึกอยู่เหมือนกันกลางวันเป็นสาวชาววัง กลางคืนมาเป็นเจ้าแม่คุมแก๊งกักขฬะ”

“โห ใช้คำว่ากักขฬะเลยหรอ แรงไปเรอะเปล่าลูกพี่”

“พวกที่แกบอกน่ะ สู้ยัยตั่วเจ้นี้ไม่ได้เลย  สุดโหดแถมอุบาทว์ซกมก ฉันรอดมาได้แบบฉิวเฉียดเลยแกเอ๊ย”

“เค้าทำอะไรพี่โจ”

โจไม่อยากพูดถึง บอกแต่ว่าเธอทั้งโหดและเลือดเย็น อาจเป็นฆาตกรตัวจริงก็ได้ เพราะเธอได้ทั้งสมบัติ และกิจการบ่อนไปดูแล

“แปลว่าคุณวนิษานี่ทะเยอทะยานไม่เบา แทนที่จะเอาแต่เงินกลับมานั่งคุมแก๊งด้วย”

“ไม่ใช่แค่นี้นะ ทรัพย์สมบัติและกิจการของคุณชายแจ้สามีคนแรกก็เป็นของวนิษาเหมือนกัน”

“แถมผัวทั้ง 2 คน แต่งปุ๊บตายปั๊บยกมรดกให้ป้าบๆ เหมือนกันเลย”

โจอึ้งไปนาน “แบบนี้ไม่ว่าใครก็ต้องสงสัยแหละว่าเจ้เค้าเป็นฆาตกร ปัญหาคือทั้งๆ ที่มีคนสงสัยกันขนาดนี้ แต่กลับไม่มีใครจับพิรุธเธอได้เลย แม้กระทั้งทางตำรวจก็ยังสรุปสาเหตุการตายของทั้งคุณชายแจ้กับเสี่ยป๊อกอย่างคลุมเครือ”

“เขาเม้าท์กันว่าคุณสนิษาแกเกิดในฤกษ์อัปรีย์เป็นผู้หญิงกินผัว”

“ป๋อง แกก็รู้ว่าฉันเกลียดเรื่องงมงายแบบนี้มาก อย่าพูดเรื่องแบบนี้ให้ได้ยินอีกนะ เรื่องฤกษ์ยามตกฟากอะไรน่ะเป็นเรื่องไร้สาระทั้งเพ ไอ้เรื่องดวงกินผัวเนี่ยเผลอๆ ยัยวนิษาอาจจะเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องนี้เองก็ได้ เพื่อทำให้คนไขว้เขว”

“ไขว้เขวจากอะไรครับ”

“ฆาตกรรม” โจเอารูปวนิษาไปแปะที่บอร์ด

“เธอเป็นฆาตกรใช่ไหม อย่าเอาเรื่องดวงมาบังหน้าเรื่องดวงไม่มีจริงหรอก”

โจนอนหลับอยู่บนโซฟา ในใจร่ำร้องอยู่ตลอดเวลาว่าเขาเป็นตัวซวย แต่อีกใจก็แย้งว่าไม่จริง .. โจรู้สึกสับสนตัวเองว่าจะเป็นตัวซวยจริงหรือไม่

Advertisement