เรื่องย่อละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 13

430
โป๊ป ธนวรรธน์

บทประพันธ์ : นิตินันท์, วรรณพร, นิพล
บทโทรทัศน์ : สมภพผูกพันน้อย
กำกับการแสดง : คิง-สมจริง ศรีสุภาพ
แนวละคร :
ผลิต : บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด

เรื่องย่อละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 13

คืนนี้ ขณะอยู่ในร้านอาหารหรูกับวนิษา จู่ๆ กริชก็คุกเข่าขอเธอแต่งงาน บอกว่าจะคุกเข่าอยู่อย่างนี้จนกว่าเธอจะตอบว่าเยสหรือโน

“ไม่ค่ะ” วนิษาปฏิเสธทันที เพราะมันเร็วเกินไป ตอบแล้วถามกริชว่าตนให้คำตอบแล้วจะลุกขึ้นนั่งได้หรือยัง วนิษาพูดหน้านิ่งๆ ว่า “คุณกริชคะ ฉันบอกตรงๆ ฉันตกใจนะคะ เอาเป็นว่าฉันขอร้องว่าอย่าพูดเรื่องนี้

อีกเลยไม่อย่างนั้นฉันจะลุกออกไปเดี๋ยวนี้” กริชจึง

ยอมลุกขึ้น

เมื่อออกมาเจอโจ วนิษาบอกว่าเมื่อกี้เห็นเขาอยู่นอกร้าน ถามอย่างรู้ทันว่าเขาคิดอย่างไร ตนควรแต่งงานกับกริชไหม โจตกใจถามว่าทำไมมาถามตน? วนิษาไม่ ตอบแต่บรรยายคุณสมบัติของกริชว่า เขาหล่อ รวย นิสัยดี และรักตน ผู้ชายแบบนี้ตนควรแต่งงานกับเขาไหม แต่พอโจถามว่าเธอรักกริชไหม วนิษากลับตอบว่า

“ไม่รู้…แต่ฉันอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น มีความสุข สองครั้งที่ผ่านมา ฉันตกลงแต่งงานเพราะเชื่อว่าฉันจะมีครอบครัวที่อบอุ่นกับพวกเขาได้ ฉันไม่เคยถาม

ตัวเองเรื่องความรัก”

โจบอกว่าคิดอย่างเธอก็ไม่ผิด สมัยก่อนปู่ย่าตายายคลุมถุงชนกันโครมๆ ไม่ได้รักกันแต่ก็มีครอบครัวที่อบอุ่นได้เหมือนกัน พอวนิษาถามว่า แปลว่าตนควรแต่งงานกับกริชใช่ไหม โจตอบไม่เต็มเสียงว่า

“คงงั้นมั้ง” วนิษาถามว่าเขาไม่คัดค้านหรือ “ผมเป็นแค่คนขับรถ จะคัดค้านได้ไง แค่คุณวนิมาคุยกับผมเรื่องนี้ก็พิลึกแล้ว”

วนิษามองโจด้วยสายตาตัดพ้อ ผิดหวัง โจเมินมองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาเธอ…

แม้ว่าวลัยจะหย่ากับวิษณุแล้วแต่ยังไปมาหาสู่และปรึกษากันเรื่องวนิษา เมื่อวลัยตั้งใจจับกริชให้วนิษาจึงเล่าให้วิษณุฟังเพื่อขอให้เขาช่วยเชียร์

วิษณุบอกว่าแม้กริชจะรวยแต่เขาไม่ชอบและไม่เห็นด้วย ระหว่างคุยกัน วิษณุมีอาการเหนื่อยผิดปกติเขาเอายาออกมากิน วลัยจึงรู้ว่าเขาเป็นมะเร็ง วิษณุขอร้องอย่าบอกลูก แต่วลัยทำใจไม่ได้ เมื่อพบกันที่บ้านวรางค์ เธอจึงเล่าเรื่องวิษณุให้วรางค์กับวนิษาฟัง วนิษาบอกว่าตนจะพาพ่อไปรักษาที่เมืองนอก

วลัยบอกว่าเพื่อนที่ยุโรปบอกว่าที่นั่นมีสถาบันหนึ่งที่รักษาได้ แต่มีแค่ 150 เตียงและคนไข้ต้องต่อคิวกันเป็นปีๆ รวยแค่ไหนก็ต้องเข้าคิว เงินไม่อาจซื้อได้ทุกอย่าง สภาพนี้มีเงินก็เหมือนไม่มี

วนิษานัดพบวิษณุ เมื่อเขารู้ว่าวนิษาหาทุกวิถีทางที่จะรักษาตน เขาบอกว่าไม่ต้องการให้ทำอย่างนั้น ตำหนิตัวเองว่าที่ผ่านมาตนไม่ใช่พ่อที่ดี รู้ตัวตอนนี้จึงไม่อยากให้ลูกเหนื่อยอีก อย่าให้ตนต้องเป็นตัวถ่วงชีวิตของลูกเลย

วนิษาเชื่อว่ามันเป็นเวรกรรมของตนต่างหาก อย่างไรเสียตนก็จะต้องช่วยพ่อให้ได้

เมื่อพากันเดินกลับไปที่รถ เห็นโจร้องไห้สะอึกสะอื้น วนิษาถามว่าเป็นอะไร โจพูดไปสะอื้นไปว่าตนเห็นความรักของพ่อกับลูกแล้วซาบซึ้งใจ

วนิษาพาวิษณุไปกินอาหารร้านชานเมืองที่เธอเคยพาโจมานั่งกิน เธอเล่าเรื่องของโจนับแต่พบกันจนต้องรับโจไว้เป็นคนขับรถให้วิษณุฟัง วิษณุบอกเธอ

ว่าตัวจริงของโจเป็นคนฉลาด วนิษาบอกว่าโจเล่นกลเป็นด้วย แล้วบอกให้โจโชว์ให้พ่อดูหน่อย

โจโชว์ด้วยการเสกดอกกุหลาบมาอยู่ในมือแล้วเอาไปเสียบกระเป๋าให้วิษณุ วิษณุมองโจตาคมกริบ แกล้งใช้วนิษาไปซื้อปลาหมึกย่างเจ้าที่เคยซื้อกินกันไม่รู้ว่ายังอยู่หรือเปล่า

พอวนิษาลุกไป วิษณุถามโจว่าวนิษาเคยเล่าให้ฟังหรือเปล่าว่าตนทำอาชีพอะไร โจบอกว่าไม่เคยเล่า

วิษณุเล่าอดีตของตนให้ฟังว่า ชีวิตคลุกคลีอยู่แต่ในบ่อน อยู่กับคนที่หลอกคนตลอดมา คนอย่างเขาตนก็เจอมาเยอะ ยิ่งกว่าเขาก็เจอมาแล้ว มองหน้าโจอย่างจับพิรุธบอกว่า “นายอาจจะหลอกวนิได้ แต่หลอกฉันไม่สำเร็จหรอก”

เจอของจริงแบบนี้โจถึงกับไปไม่เป็นต้องยอมจำนน สารภาพว่า

“ผมชื่อโจเป็นนักสืบเอกชน มีคนจ้างให้ผมมาสืบว่าคุณวนิคือฆาตกรที่ฆ่าสามีของเธอหรือเปล่า”

“รู้ไหมว่านายรอดตายอย่างหวุดหวิด” วิษณุยกมือที่มีปืนจากใต้โต๊ะขึ้นมาโบกมือทีเดียวปืนก็หายวับไป “อย่าคิดว่านายเล่นกลเป็นอยู่คนเดียว ถ้าเมื่อกี๊คำตอบของนายฟังดูเป็นอันตรายกับวนิ ฉันยิงนายทันที”

วิษณุบอกโจว่าต่อให้เขาสืบให้ตายก็ไม่ได้หลักฐานอะไรทั้งนั้น เพราะตนรู้จักลูกสาวดีและดูออกว่าเขา…

วิษณุหยุดกึกเมื่อเห็นวนิษากลับมาบอกว่าปลาหมึกย่างเจ้านั้นเลิกไปแล้ว วิษณุจึงชวนกลับกัน แต่พอเขาลุกก็ล้มโครม จนต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล

หมอตรวจวิษณุแล้วถามอาการและการรักษาของวิษณุที่ผ่านมา วนิษาบอกว่า หมอที่เคยรักษาพ่อบอกว่ารักษาไม่ได้ หมอพูดกับเธออย่างเห็นใจว่า ก็คงต้องตามนั้น

ขณะที่ทุกคนอยู่ในภาวะสิ้นหวังนั้น พยาบาลก็ถือโทรศัพท์เข้ามาบอกหมอว่า “สายจากท่านผู้อำนวยการค่ะ”

“สวัสดีครับอาจารย์ทรานสเฟอร์เหรอครับ ที่ไหนครับ…อะไรนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็…ครับ เข้าใจแล้วครับ” วางสายจากผู้อำนวยการแล้วหมอบอกทุกคนว่า “ปาฏิหาริย์ครับ ทางสถาบันรักษามะเร็งที่ยุโรปตอบรับคุณพ่อของคุณเป็นคนไข้กรณีพิเศษ เราจะทำการส่งตัวให้เร็วที่สุด”

วนิษายิ้มทั้งน้ำตา วลัยทำคะแนนให้กริชทันทีว่าอาจเป็นฝีมือของกริช

ส่งวิษณุไปเรียบร้อยแล้ว ขณะวนิษาอยู่กับกริชที่ร้านอาหารหรูนั้น ก็ได้รับโทรศัพท์จากวิษณุเล่าว่าทุกอย่างราบรื่นเรียบร้อย วางสายจากพ่อแล้ววนิษาพูดกับกริชอย่างซาบซึ้งใจว่าไม่รู้จะขอบคุณเขาอย่างไรดี เพราะใครๆก็รู้ว่าสถาบันนี้ไม่รับคนไข้เพิ่ม กว่าเขาจะพาพ่อตนเข้าไปได้คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ

กริชบอกว่าพ่อเขาเป็นอาจารย์แพทย์ เมื่อสามสี่สิบปีก่อนท่านไปเรียนที่เยอรมัน ได้ช่วยชีวิตคนคนหนึ่ง ต่อมาคนนั้นได้เป็นผู้อำนวยการของสถาบันนี้ พอตนรู้เรื่องพ่อของเธอเลยขอให้คุณพ่อช่วยพูดให้ ทางนั้นก็รับปากทันที วนิษาอยากไปกราบขอบคุณพ่อเขา กริชตอบรับด้วยความดีใจ บอกเธออย่าคิดมากอาจเป็นเพราะพวกเราสองครอบครัวเคยทำบุญร่วมกันมา

“คุณวนิษาก็เชื่อเรื่องดวงไม่ใช่เหรอครับ เป็นไปได้นะครับ เราสองคนอาจจะมีดวงที่สมพงศ์ผูกพันกันมาตั้งแต่ปางก่อนทำให้เราได้มารู้จักกันในชาตินี้”

“ก็เป็นไปได้ค่ะ” วนิษาตอบยิ้มๆ ในอารมณ์ที่กำลังดีใจ เธอมองออกไปนอกร้านเห็นโจนั่งอ่านหนังสือกีฬารออยู่

พอเลิกงาน ป๋องก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดดำใส่หมวกไหมพรมสวมแว่นตาดำ เสร็จแล้วออกจากร้านไปอย่างระแวดระวัง แต่หารู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบมองและตามป๋องไปอย่างกระชั้นชิด

ป๋องไปถึงใกล้ร้านส้มตำแล้วจึงรู้ว่าปลายฝนตามตนมาเมื่อถูกเธอเอามือตะปบไหล่อย่างแรง บอกว่าเห็นท่าทางเขาลับๆล่อๆ เลยตามมา ถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม ทีแรกป๋องไม่ยอมบอกเพราะอันตราย แต่ปลายฝน

คาดคั้นจนต้องบอกว่า

“มีคนนึงชื่อสถาพร เมื่อก่อนเขาอยู่แถวนี้ แต่ตอนนี้เขาตายไปแล้ว เราต้องมาสืบดูว่าเมื่อก่อนเขาเคยเป็นโรคปวดหัวจนต้องกินยาจริงหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวพันกับความตายของเขาและความอยู่รอดของคนอีกคนหนึ่ง เราต้องเลือกเป้าหมายให้ดีว่า เราจะไปคุยกับใคร วิเคราะห์ก่อนว่าเราควรจะคุยแบบข่มขู่หรืออ้อนวอนเพื่อให้ได้ข้อมูล ถ้าเราอ่านเกมผิดพลาด เราอาจตาย”

ป๋องบรรยายราวกับอบรมนักสืบ แต่พอหันมองอีกทีปลายฝนหายไปแล้ว เห็นเธอกำลังคุยอย่างสนุกสนานสนิทสนมกับพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้น ป๋องถึงกับอ้าปากค้าง

ปรากฏว่าปลายฝนได้ข้อมูลมามากมาย ป๋องพาเธอไปเลี้ยงร้านอาหารริมทาง บอกว่าตนเลี้ยงเธอได้

แค่นี้แหละ มองปลายฝนยิ้มๆ พอเธอถามว่ายิ้มอะไร ป๋องสะดุ้ง…

“เฮ้ยเปล่า แต่กำลังคิดว่าเธอดูไม่ค่อยเหมือนพวกคุณหนูทั่วไปเลยนะ”

“พ่อฉันไม่ได้เลี้ยงฉันแบบนั้นนี่นา เขาสอนฉันให้เข้มแข็ง กล้าได้กล้าเสียและต้องเป็นผู้นำ ไม่ใช่ผู้ตาม ตอนย่ายังอยู่ ย่าเขาทะเลาะกับพ่อประจำ เขากลัวว่าพอฉันโตขึ้นจะไม่มีแฟน”

ป๋องชมเขินๆ ว่าน่ารักอย่างเธอยังไงก็ต้องมีแฟน ปลายฝนบอกว่าที่จริงก็มีอยู่เหมือนกันเพิ่งรู้จักกันแต่สนิทกันเร็วมาก ชมว่าเขาน่ารักดีอาจจะไม่รวยแต่เขาก็สู้ชีวิต ป๋องฟังเคลิ้มคิดเข้าข้างตัวเองแล้วยิ่งเขินถามว่ามันจะเร็วไปไหม ดูกันไปอีกนิดดีกว่า ปลายฝนเห็นด้วย ป๋องนึกอะไรได้รีบบอกว่า

“ถึงเธอกับเขาจะยังไม่ได้เป็นแฟนกันก็จริง แต่เธอก็อย่าเพิ่งไปมองผู้ชายคนอื่นนะ”

“ไม่หรอก ฉันคงชอบเขาได้คนเดียวเท่านั้นแหละ”

ป๋องยิ้มปลื้มดีใจมาก ปลายฝนยิ้มให้ป๋องแล้วกินข้าวต่อ ปล่อยป๋องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนกินข้าวแทบไม่ลงอยู่ตรงนั้น

ผลการสืบของปลายฝนดีมาก ทำให้ป๋องมีผลงานไปรายงานโจว่า คุยกับพ่อค้าแม่ค้ายี่สิบคน มีคนยืนยันว่าสถาพรเคยบ่นเรื่องนอนไม่หลับอยู่สองสามคน แต่ทุกคนพูดตรงกันว่าสถาพรกับซูซี่เป็นแค่นายจ้างกับลูกจ้าง

เท่านั้น โจถามทึ่งว่าแค่ครั้งเดียวคุยได้ถึงยี่สิบกว่าคนเชียวหรือ ป๋องจึงยอมรับว่าปลายฝนเป็นคนช่วยคุยให้

“เอาล่ะ ถึงจะไม่มีคนรู้เรื่องการใช้ยา แต่อย่างน้อยก็รู้ว่าซูซี่ไม่ได้โกหกเรา เราต้องลองสืบจากทะเบียนคนไข้โรงพยาบาลต่างๆ เริ่มจากโรงพยาบาลแถวๆนั้น” โจสรุป ป๋องจะลองให้รุ่นพี่ตนช่วยดูให้ “ดี…ตอนนี้รอหลักฐาน ถ้าสถาพรเป็นโรคนอนไม่หลับจริงๆ เราก็จะช่วยซูซี่ได้” โจสรุป

วลัยเร่งทำคะแนนให้กริชเต็มที่ วันนี้ถึงกับไปหาวนิษาที่ไปถวายสังฆทานกับยายวรางค์ที่วัด พาวนิษาแยกไปนั่งคุยที่ศาลาริมน้ำในวัด

วลัยพร่ำพรรณนาคุณงามความดีความหล่อความรักความจริงใจที่กริชมีต่อวนิษา จนเธอบอกแม่ว่า

“วนิรู้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่หายาก”

“แล้วเขาก็ช่วยพ่อของลูกด้วย…ถ้าไม่มีเขา ป่านนี้พ่อหนูคง…” วลัยทำหน้าซึ้งจนพูดไม่ออก เท่านั้นไม่พอ วลัยยังบอกว่ากริชเป็นคนดีมากช่วยพ่อเราขนาดนี้แล้วยังไม่ให้บอกวนิษาเกรงเธอจะลำบากใจ “เขาดีกับครอบครัวเราขนาดนี้ แม่…ไม่รู้จะตอบแทนความดีของเขายังไง”

วลัยพูดจนวนิษาร้องไห้ออกมาเบาๆ เมื่อโจขับรถมาส่งเธอที่คอนโด วนิษาถามเขาก่อนลงจากรถไปว่า

“นายดาว…ถ้าฉันจะแต่งงานกับคุณกริช…นายคิดว่าไง”

“มันเป็นเรื่องของคุณครับ”

วนิษาอึ้งไปครู่หนึ่ง จึงบอกโจด้วยน้ำเสียงน้อยใจว่า “ถือว่าฉันไม่ได้ถาม ลืมมันไปเถอะ” วนิษาเดินลงจากรถเช็ดน้ำตาพึมพำ “มันเป็นเรื่องของฉัน…ตอบได้ดี…ขอบใจมาก” แล้ววนิษาก็ตัดสินใจหยิบมือถือกดโทร.ออกหากริช

เมื่อนัดพบกันที่ร้านอาหาร วนิษาเป็นฝ่ายถามกริชว่าเรื่องที่เขาขอแต่งงานกับตนนั้นแน่ใจแล้วหรือ ไม่กลัวที่คนเขาพูดกันว่าตนเป็นผู้หญิงกินสามีหรือ

“ผมอยากแต่งงานกับคุณจริงๆครับ ไม่กลัวครับความรักที่ผมมีต่อคุณมันมีอานุภาพมากกว่าความกลัว” วนิษาติงว่าเขาอาจจะเสียใจ “ไม่มีอะไรเสียใจไปกว่าคุณตอบปฏิเสธผม คุณวนิษาครับ อย่ากังวลเลยนะครับ ผมรักคุณและผมก็รู้ว่าคุณก็รักผม ความรักของเราจะเอาชนะทุกอุปสรรคครับ”

วนิษานิ่งไปครู่หนึ่ง จึงตอบเขาว่า “ค่ะ ฉันจะแต่งงานกับคุณ” กริชกุมมือเธอด้วยความดีใจมาก

พอแยกกับวนิษา กริชก็นัดพบระรินที่ร้านกาแฟ บอกเธอว่าวนิษาตกลงแต่งงานกับตนแล้ว ระรินแสดงความยินดีด้วย

กริชถามว่าเธอเต็มใจจะช่วยตนเรื่องแก้เคล็ดดวงกินผัวไหม เพราะตนกังวลมาก เมื่อระรินเต็มใจช่วย จึงเริ่มวางแผนกัน แต่กริชย้ำกับระรินว่าต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะถ้าวนิษาผิดหวังครั้งนี้เธออาจคิดสั้นเลยก็ได้

ระรินเผลออุทาน ว้าว…ออกมา แต่พอกริชถาม เธอเฉไฉไปอย่างอื่น แต่รับปากว่าจะรักษาความลับนี้เท่าชีวิต กริชถามว่าเธอจะให้ตนตอบแทนอะไรบ้าง ระรินทำตัวเป็นคนดีอย่างที่สุด บอกว่าช่วยเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ แต่เอาไว้ทำสำเร็จแล้วจะบอกก็แล้วกัน แล้วระรินก็แนะวิธีแก้เคล็ดให้ว่า

“หลักๆ คือจัดงานแต่งแบบปลอมๆ เช่นพระที่จะมาในพิธีก็ใช้พระปลอม หรือมงคลที่ใช้สวมศีรษะก็เอาเชือกที่ไม่ได้ผ่านพิธีอะไรมาใช้ ส่วนเรื่องจดทะเบียนสมรส เราก็อย่าไปจดที่เขต เราจะให้เจ้าหน้าที่ปลอมมาจดที่โรงแรม ถ้าทำแบบที่ว่านี้ ทุกอย่างก็เหมือนไม่แต่ง ไม่มีผลทางพิธีกรรมและกฎหมาย แต่มันยากตรงที่จะปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสมรสจากเขตน่ะค่ะ คนคนนี้ต้องคล่องมากๆ”

“เรื่องนี้ไม่มีปัญหาครับ” กริชมั่นใจ แล้วเขาก็ติดต่อพี่หมูอาร์ตไดที่กองถ่าย ชวนไปคุยว่า “ผมอยากให้พี่ช่วยหาคนให้ผมหน่อย เอามือเจ๋งๆ คล่องๆ ผมมีงานร้อนให้ทำ พี่หมูมองหน้ากริชอย่างชั่งใจ แต่พอกริชยัดเงินปึกหนึ่งให้ พี่หมูดูเงิน เอาใส่กระป๋าแล้วเอามือถือกริชไปกดเบอร์บอกว่า “มันชื่อคอปบร้า บอกว่าผมแนะนำมา”

กริชไปออกงานคืนนี้ ถูกนักข่าวรุมถามถึงข่าวการแต่งงานของเขา กริชบอกว่าเป็นเรื่องจริง เจ้าสาวของตนชื่อวนิษา นักข่าวคนหนึ่งที่รู้เรื่องราวของวนิษาดีถามว่า “ไม่กลัวอาถรรพณ์์ดวงกินผัวใช่ไหมคะ” กริชหันจ้องหน้านักข่าวตอบเสียงขุ่น

“ผมไม่กลัวครับ ยังยืนยันแต่งแน่นอน” ตอบแล้วผละไปเลย

Advertisement