เรื่องย่อละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 10

302
รักออกฤทธิ์

บทประพันธ์ : นิตินันท์, วรรณพร, นิพล
บทโทรทัศน์ : สมภพผูกพันน้อย
กำกับการแสดง : คิง-สมจริง ศรีสุภาพ
แนวละคร :
ผลิต : บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด

เรื่องย่อละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 10

ระรินวางแผนเล่นงานวนิษาอย่างเจ็บแสบ วันนี้ไปดักพบกริชที่สปอร์ตคลับบอกว่ามีเรื่องเกี่ยวกับเขาและวนิษาจะมาคุย กริชถามว่าเกี่ยวกับข่าวบันเทิงนั่นใช่ไหม

ระรินบอกว่านั่นก็ด้วย แล้วพูดอ้อนๆ “คุณกริชอย่าเพิ่งเข้าใจระรินผิดนะคะ สื่อเขาเสี้ยมให้เราทะเลาะกัน แต่ระรินไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลย” เธอบอกว่ากลัววนิษาจะเข้าใจผิดตามที่สื่อเสี้ยมจึงอยากจะมาขอคุยกันสามคนต่อหน้า อ้างว่า “เดี๋ยวเขาจะโกรธระรินแล้วพลอยโกรธคุณกริชไปด้วย”

เมื่อกริชเห็นด้วย ระรินอาสาหาสถานที่ให้ จะหาบรรยากาศดีๆ มานั่งคุยกันชิลๆ

วนิษามาที่ห้างสรรพสินค้าที่กำลังมีงานเปิดตัวหนังสือ พอเจอกับกริชเธอชวนเข้าไปในงานเลย กริชบอกให้รอเพื่อนอีกคนเดี๋ยวคงมา ครู่เดียวระรินก็มาถึง เธอทักทายกริชและวนิษาอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสบอกว่าพอรู้จากกริชว่าวนิษาจะมาด้วยตนเลยรีบบึ่งรถมา

กริชพูดออกตัวกับวนิษาว่า ระรินขอร้องไม่ให้บอกว่าเธอจะมากลัววนิษาจะหนีกลับไปก่อน วนิษาพูดหน้านิ่งๆว่าไม่เป็นไร ระรินจึงเริ่มแผนของตนทำทีพูดเรื่องข่าวบันเทิงว่ากลัววนิษาจะเข้าใจผิด ตนจึงอยากเคลียร์กับวนิษาและแสดงความจริงใจ

เมื่อพากันเดินมาถึงบริเวณงานเปิดตัวหนังสือพ็อกเกตบุ๊ก “ตรวจกรรมระดับนาโนโดย เม้ง จิตทิพย์” โดยมีเม้งนั่งแจกลายเซ็นอยู่ ที่แท้ “เม้ง จิตทิพย์” ก็คือ “เม้ง หมอดูแม่นมาก” ที่เคยทำนายวนิษาเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนว่าจะเป็นคนกินผัวนั่นเอง!

แต่เมื่อมาเป็น “เม้ง จิตทิพย์” เม้งก็มีลูกเล่นแพรวพราว เปิดประมูลการทำนายครั้งแรกเริ่มต้นที่ 1 แสนบาท ทำเอาบรรดาผู้ที่เข้าแถวรอดูหมอถอยกรูดไปตามกัน

ระรินเสนอสองแสน กริชกระซิบถามเธอว่าเขาดูแม่นมากขนาดนั้นเลยหรือ ระรินบอกว่า “ที่สุดค่ะโดยเฉพาะเรื่องความรัก” กริชจึงเสนอสามแสน และในที่สุดเขาก็เป็นผู้ชนะการประมูล

เม้งทำนายทายทักว่ากริชมาถูกทางแล้ว เขาไม่เหมาะ กับการทำธุรกิจหรือการเกษตรแต่เหมาะกับงานศิลปะ เม้งทำนายแต่สิ่งดีๆ ของกริชอีกมากมายแล้วบอกเขาว่า

“นี่แค่คำทำนายเบื้องต้น คุณอยากรู้ละเอียดด้านไหนเชิญถาม” กริชจึงถามเรื่องความรัก เม้งเพ่งกระแสจิตแล้วลืมตาบอกว่า “สดใสสวยงามเหมือนฟ้าสีครามในฤดูหนาว มั่นคงเหมือนขุนเขาตระหง่าน อาจจะติดเลือกมากหน่อย แต่หากรักแล้วจะรักเลยไม่เปลี่ยนแปร ดวงชะตาดีจริงๆ” แล้วเอะใจเชยคางกริชดูไฝใต้คางเขาแล้วทำท่าตกใจ “ไม่ได้การแล้ว ไฝใต้คางเม็ดนี้เหมือนรูรั่วใต้ท้องเรือ รูเล็กน้อยแต่ก็ทำให้เรือลำใหญ่จมได้” ถามว่ามีรูปผู้หญิงคนนั้นไหม กริชชี้วนิษาที่กำลังเดินดูหนังสืออยู่ เม้งมองตามพลางเอ่ย

“หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า สง่าดั่งพญาหงส์ เอ๊ะ…” เม้งเพ่งหน้าวนิษาแล้วลุกจากโต๊ะไปหยุดตรงหน้าเธอเพ่งมองวนิษายิ้มให้ แต่เม้งกลับหน้าซีดเผือดเหงื่อแตกพลั่ก วนิษาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เม้งไม่ตอบแต่กลับมาดึงกริชพาเดินไปด้านหลัง เข้าไปในห้องเก็บของกระซิบบอกกริช

“คุณต้องเลิกกับผู้หญิงคนนั้น ห้ามยุ่งด้วยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคุณอาจตาย เรื่องนี้ผมพูดมากจะไม่ดี แต่คุณต้องเชื่อผม ถอยออกมาเสียก่อนที่รูรั่วของคุณจะกลายเป็นโพรงใหญ่และทำให้เรือของคุณจมลงในพริบตา อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนั้น เธอถูกลิขิตจากสวรรค์แล้วว่าให้เป็นสตรีอาถรรพณ์เป็นอันตรายกับฝ่ายที่รักเธอ เธอคือผู้หญิงกินผัว งานแต่งงานของเธอจะจบลงที่งานศพตลอดไป!”

กริชหน้าซีดมองผ่านไหล่เม้งไป เม้งเอะใจหันมองเจอวนิษามายืนฟังตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครรู้ เธอหมุนตัวเดินออกไปทันที กริชรีบตามไป ผ่านระรินที่ยืนยิ้มพอใจอยู่ กริชมองเธออึดใจ ก็โพลงว่า

“ผมรู้ว่าทำไมคุณถึงยิ้มพอใจอย่างนี้”

“เก็บคำตอบไว้ในใจเถอะค่ะ ฉันรู้ว่าอาจารย์แม่นจริงๆ แต่ฉันไม่ใช่คนชนะการประมูลไม่ต้องมาวิเคราะห์ฉันหรอก” พูดแล้วระรินเดินออกจากร้านไปช้าๆ

วนิษาเดินหนีไปยืนน้ำตาคลอ คำทำนายของเม้งยังตามทำร้ายจิตใจเธอ เจอโจที่กำลังยืนดูหนังสืออยู่ เขาตกใจเมื่อเห็นเธอร้องไห้

พอดีกริชเดินตามวนิษามาทัน โจเชื่อว่ากริชต้องทำอะไรเธอแน่ๆ เลยพรวดเข้าไปขวางจนมีเรื่องกัน วนิษาเข้าไปห้ามบอกโจว่าไม่เกี่ยวกับกริช เธอขอโทษกริชแล้วชวนโจกลับ กริชมองงงๆ ระรินรีบเข้ามาทักทายอย่างเป็นห่วงมากว่า

“คุณกริช เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย ทำไมคุณเป็นอย่างนี้คะ”

ส่วนวนิษาพอเดินออกมาก็บอกโจว่าให้พาไปที่ไหน ก็ได้ที่กว้างๆ ไม่มีคน…ทะเล ภูเขา ที่ไหนก็ได้”

โจคิดรอบคอบประสานักสืบว่าตอนนี้เป็นเวลาเร่งด่วนรถติดแน่ เขาตัดสินใจพาเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าที่ไม่มีทั้งรถและผู้คน แล้วใช้ความสามารถเฉพาะตัว ครั้งแรกเสกกลีบกุหลาบสีเหลืองโปรยปรายลงมา เสกอีกทีกลีบกุหลาบหลากสีก็โปรยปรายลงมารอบตัวเธอราวเวทมนตร์ วนิษาตะลึงกับความสวยงาม ลืมความทุกข์ตรอมไปในพริบตา ถามทึ่งว่าเขาทำได้อย่างไร

“อันนี้ความลับของมายากลครับ” โจอำ วนิษาไม่เซ้าซี้ เธอขอบใจยิ้มๆ “ยินดีครับ อย่าลืมโบนัสตอนสิ้นปีด้วยนะครับ” โจลูกเล่นให้บรรยากาศคลายเครียดแถมอาจโชคดีด้วย

“อย่าเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้พวกที่บ่อนฟังนะ” วนิษากำชับ โจพยักหน้า “จริงๆ ฉันก็ไม่อยากอ่อนแอแบบนี้หรอก แต่ทุกครั้งที่โดนตอกย้ำเรื่องดวงกินผัวเนี่ย ฉันต้องหวั่นไหวแบบนี้ทุกทีเลย”

“ทุกคนย่อมมีบาดแผลในชีวิตครับ บางคนอาจจะโชคร้ายที่มันเป็นแผลสดตลอดกาล โดนแซะนิดหนึ่งก็เจ็บปวดรวดร้าว” เธอถามว่าแล้วมันจะไม่มีวันหายหรือ? โจพูดลอยๆว่า แล้วใครจะบอกได้ แต่พอเธอถามว่าแล้วเขามีแผลอะไรบ้างไหม โจรับว่าตนก็มีแผลของตัวเองแต่ไม่ยอมบอก อ้างว่าความจำเสื่อม

“ถ้าความจำหายเสื่อมล่ะ จะบอกฉันได้ไหม”

“ถ้าผมหายจากความจำเสื่อม ถึงตอนนั้นคุณอาจจะเกลียดผมก็ได้”

“นี่นายดาว ไม่ว่าตัวจริงนายจะเป็นใครก็ตาม ฉันคงไม่เกลียดนายหรอก” วนิษาหัวเราะออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

โจฝืนยิ้ม เห็นวนิษาชมวิวสีหน้าแช่มชื่นมีรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า แต่โจกลับยิ่งเศร้า…

คืนนี้ ป๋องกลับมาก็มองหาแท็บเล็ต ถามโจว่าเห็นไหม โจชี้แท็บเล็ตที่เขานั่งดูอยู่ ป๋องเข้าแย่งทันทีโวยว่ามาแอบดูของส่วนตัวกันได้ไง

โจถามว่าป๋องเป็นแฟนกับปลายฝนแล้วหรือ ป๋องสะบัดเสียงใส่ว่ายุ่งน่ะ โจไม่สนใจแนะว่าให้ตีซี้ไว้แล้วแอบถามเธอว่ารู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับวนิษาบ้างไหม เธออาจรู้อะไรที่เป็นประโยชน์กับงานของเราบ้างก็ได้ ป๋อง บอกว่าไม่อยากหลอกใช้เขา

“แกก็อย่าคิดว่าแกหลอกเขาสิ คิดว่าชวนคุยเฉยๆ ก็ได้ แต่มีจุดประสงค์คือข้อมูลของแม่เลี้ยงเขา โอเคไหมแบบนี้น่ะ”

ถูกตะล่อมให้มองในอีกมุมหนึ่งแบบนี้ ป๋องก็เงียบไป

กริชพยายามที่จะได้พบกับวนิษาอีก แต่โทร.ไปเธอไม่รับสาย จึงอาศัยที่เคยเป็นลูกศิษย์ในโรงเรียนที่หม่อมจันเคยเป็นผู้อำนวยการ จึงเลียบเคียงถามท่านจนรู้ว่าวันนี้วนิษาจะมา เขาจึงมาดักพบที่วังวาสุวงศ์ เมื่อวนิษามา หม่อมจันบอกว่ากล้วยไม้กำลังออกดอกสวยให้พากันไปเดินเล่นตามสบาย

เมื่อไปเดินในเรือนกล้วยไม้ กริชบอกเธอว่าอยากคุยเรื่องที่อาจารย์เม้งทำนายวันนั้นว่าตนไม่สนใจอาถรรพณ์อะไรทั้งนั้น เธอยังคงเป็นนางฟ้าของตนเสมอ พูดจริงจังว่า

“ไม่ใช่ว่าผมคิดว่าอาจารย์เม้งไม่แม่น แต่ต่อให้แม่นผมก็ไม่กลัว”

เป็นการเปิดใจที่ทำให้วนิษาซึ้งมาก พลันก็เสียบรรยากาศไปหมดเมื่อเสียงโจจามลั่นขึ้น ทั้งสองสะดุ้งเดินอ้อมมาดูข้างหลังถุงปุ๋ย เจอโจกำลังขยี้จมูกจนแดงไปหมด โจหัวเราะแหะๆ บอกว่าตนมาดูว่าที่นี่ใช้ปุ๋ยอะไรกล้วยไม้ถึงได้งามมาก แต่คงแพ้ฝุ่นเลยน้ำหูน้ำตาไหล ถามว่าสองคนเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ตนไม่ได้ยินอะไรเลย

กริชเจอลูกไม้แบบนี้หลายครั้งแล้ว บอกวนิษาให้เปลี่ยนคนขับรถเถิด ตนจะหาให้ วนิษาบอกว่าตนก็อยากไล่ออกอยู่เหมือนกันแต่ยังไม่มีจังหวะและโจก็ไม่ได้ตามเรามาแต่เขาอยู่ตรงนี้ก่อนเราเข้ามาด้วยซ้ำ

กริชมองโจอย่างไม่พอใจ ในขณะที่โจพึมพำเบาๆว่า

“ฉันพยายามช่วยชีวิตแกนะ ยังมองฉันแบบนี้อีก”

กริชไหว้ลาหม่อมจัน วนิษาเดินมาส่งเขาที่รถ เขาถามว่าเธอมีธุระที่ไหนต่อหรือเปล่า อยากชวนไปกินเจลาโต้แถวคอนโดตนมีร้านเปิดใหม่เป็นร้านเก่าแก่ของอิตาลีระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว

วนิษาขอบคุณแต่ตนมีธุระต่อ ลากันแล้ววนิษาเดินกลับ กริชมองสะโพกเธอแววตาลามกแล้วสตาร์ตรถออกไปแบบทนไม่ไหวแล้ว

เมื่อวนิษาไปที่บ่อน ปฐมเอาจดหมายเชิญจากเสี่ยเพ้งมาให้ถามว่าตั่วเจ๊จะไปไหม วนิษาถามความเห็นเขา ปฐมเห็นว่าไม่ควรไป วนิษาติงว่าเสี่ยเพ้งเชิญมาอย่างเป็นทางการ ปฐมบอกว่าวงการนี้ไม่มีกฎกติกาอะไรทั้งนั้น แนะให้หาคนปลอมตัวไปแทนให้มันตายใจแล้วลงมือสยบมันทีเดียวให้คอขาดไปเลย

“ไม่ค่ะ ฉันไม่ชอบวิธีที่คุณปฐมบอก ฉันจะไปหาเขาด้วยตัวเอง ฉันอยากคุยกับเขาก่อน” ปฐมยังพยายามหว่านล้อมว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องตีกันเลี่ยงไม่ได้แน่ ในเมื่อต้องตีกันฝ่ายไหนลงมือก่อนก็ได้เปรียบ “คุณปฐมคะ มันจะเป็นสงครามก็ได้ ฉันไม่กลัว แต่ฉันจะไม่เป็นฝ่ายเริ่มสงคราม”

“ถ้ามัวแต่คิดจะคุย ตั่วเจ๊อาจจะเป็นคนแพ้” ปฐมยังพยายามหว่านล้อม

“เสียน้ำลายดีกว่าเสียเลือดนะครับ” โจแทรกขึ้น ถูกวนิษาดุว่าใครให้เสนอความเห็น ไม่ใช่หน้าที่ โจเลยหุบปากเงียบ

“แต่นายดาวก็พูดถูกนะคะ เสียน้ำลายดีกว่าเสียเลือด”

เมื่อวนิษาพูดเช่นนั้น ปฐมเลยก้มหน้าไม่พูดอะไรอีก

เมื่อพากันไปที่ภัตตาคารจีน วนิษาไปกับปฐมและลูกน้องคนสนิทอีก 5 คนโดยมีโจรั้งท้าย

เสี่ยเพ้งไม่รู้จักวนิษา พอปฐมแนะนำ เสี่ยเพ้งก็แสดงความห่ามกักขฬะทักว่า

“สวัสดีตั่วเจ๊ ได้ยินชื่อตั่วเจ๊มานาน น่าเจี๊ยะสมคำร่ำลือ”

“พูดอย่างนี้กล้าเจี๊ยะฉันหรือเปล่าล่ะคะ” วนิษายิ้มพรายเดินเข้าหา

“สมเป็นตั่วเจ๊จริงๆ ยอมรับว่าผมไม่กล้าเจี๊ยะคุณหรอก ผมกลัว”

“เสี่ยเพ้งก็สมเป็นเสี่ยเพ้ง มีแต่คนกล้าถึงกล้ายอมรับว่าตัวเองกลัว”

ทั้งเสี่ยเพ้งและวนิษาต่างทักทายเชือดเฉือนกันด้วยคำพูดและรอยยิ้ม เมื่อนั่งกันแล้ว เสี่ยเพ้งเจรจาขอซื้อบ่อนของวนิษาทันที ถามว่าขายเท่าไรว่ามาเลย วนิษาตอบอย่างรำคาญว่าเรื่องเดิมๆ ตนบอกไปไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าไม่ขาย เสี่ยเพ้งเผยสันดานอันธพาลสั่ง “คุณต้องขาย!”

“เอางี้ดีกว่า บ่อนคุณฉันก็อยากได้เหมือนกัน อยากขายเท่าไหร่ว่ามา ไม่ใช่แค่บ่อน บ้านคุณฉันก็อยากได้ พี่น้องลูกเมียคุณกี่คนฉันรับซื้อหมด ขายติดบ้านมาเลยก็ได้ แม้แต่ฮวงซุ้ยบรรพบุรุษคุณฉันก็อยากได้ กี่บาทบอกมาเลย”

เสี่ยเพ้งโกรธจนหน้าแดงตวาด “นี่คุณกล้าดูถูกครอบครัวผมเหรอ”

“ฉันใดก็ฉันนั้น บ่อนคือบ้านของฉัน ลูกน้องคือคนในครอบครัวฉัน ถ้าคุณคิดจะซื้อครอบครัวฉันให้ได้ ทำไมฉันจะอยากซื้อครอบครัวคุณไม่ได้” เสี่ยขู่ว่าแล้วเธอจะเสียใจที่ตอบแบบนี้ “เป็นคำขู่ที่น่าเบื่อมาก ไม่ใช่แค่ไม่กลัวนะ รำคาญด้วยซ้ำ”

เสี่ยเพ้งกำหมัดแน่นโกรธจนตาแดงก่ำ วนิษายังเยือกเย็นยิ้มสวยให้ขณะพูดต่อ

“เสี่ยเพ้ง ฉันมาที่นี่เพื่อจะบอกคุณว่าฉันไม่กลัวคุณ ถ้าคิดจะมีเรื่องกันคุณต้องเสียมากกว่าที่คุณคิด ถ้าไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เราต่างคนต่างอยู่ ปลาคนละบ่อไม่เกี่ยวข้องกัน”

เสี่ยเพ้งพูดไม่ออก จ้องหน้าวนิษาแล้วเดินออกไป วนิษาหัวเราะจงใจให้เสี่ยเพ้งได้ยิน เขาหันขวับมอง แต่แล้วก็เดินออกไป ปฐมมองตามถอนใจยาว วนิษาถามว่าไม่มีอะไรใช่ไหม ปฐมตอบอย่างโล่งอกว่า

“ครับ ผมอ่านเกมผิด มันไม่ได้ลอบกัดเรา แต่ว่าผมยิ่งเสียดาย เราน่าจะเล่นงานมัน โอกาสดีๆแบบนี้คงไม่มีอีก”

วนิษาไม่ตอบอะไร ส่วนโจมองเธอยิ้มๆ อย่างอดชื่นชมไม่ได้

Advertisement