เปิดใจช่างซ่อมรองเท้าของพ่อ “ช่างไก่” ชีวิตนี้ตายไปก็ไม่เสียดาย

23
เปิดใจช่างซ่อมรองเท้าของพ่อ ช่างไก่ ชีวิตนี้ตายไปก็ไม่เสียดาย

เปิดใจช่างซ่อมรองเท้าของพ่อ “ช่างไก่” ชีวิตนี้ตายไปก็ไม่เสียดาย

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคมนี้ พบรายการ “กาลครั้งนั้นของฉันกับในหลวง รัชกาลที่ 9” กับเรื่องราวความประทับใจเกี่ยวกับพระองค์ท่าน แขกรับเชิญในค่ำคืนนี้ “ศรไกร แน่นศรีนิล” หรือ “ช่างไก่” ช่างซ่อมฉลองพระบาท ผู้ถวายงานซ่อมฉลองพระบาทมานานกว่า 10 ปี

เปิดใจช่างซ่อมรองเท้าของพ่อ "ช่างไก่" ชีวิตนี้ตายไปก็ไม่เสียดาย

“ช่างไก่” ได้เล่าความประทับใจว่า “ครั้งแรกที่ได้ซ่อมฉลองพระบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประมาณปลายปี พ.ศ.2545 มีลูกค้ารายหนึ่งเดินประคองรองเท้าเข้ามาในร้าน พอวางรองเท้าก็ก้มลงกราบ ผมเลยถามว่าเอาอะไรมาให้ผม เขาแนะนำตัวเองว่าเป็นมหาดเล็กจากในวังและตอบกลับมาว่าเป็นฉลองพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พอได้ยินก็แบบโอ้โฮ ! ขนลุกซู่ พูดอะไรไม่ออก คิดว่าเราโชคดีมาก ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีโอกาสได้ซ่อมรองเท้าของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน สภาพรองเท้าชำรุดมากครับ ซับในหลุดลุ่ยทั้งหมด ถ้าเป็นเศรษฐีคงทิ้งไปนานแล้ว ผมแค่คิดเองว่าพระองค์ท่านอาจทรงเห็นว่าสภาพหนังด้านนอกยังดีอยู่ก็ได้ และเท่าที่ถามมหาดเล็กเขาบอกว่าเป็นฉลองพระบาทคู่โปรด พอซ่อมรองเท้าเสร็จ ก็คิดว่าจะนำรองเท้าคู่นี้ไปวางไว้ตรงไหนดี เพราะเป็นของในหลวง จะไปวางปนกับของลูกค้าคนอื่นคงดูไม่เหมาะไม่ควร  จึงได้สั่งให้ลูกน้องในร้านไปซื้อพานมาใบหนึ่ง พร้อมกับผ้าสีเหลืองมารอง แล้วนำไปวางไว้ที่สูงที่สุดในร้าน หลังจากนั้นก็ได้ถวายงานซ่อมฉลองพระบาทอีกหลายคู่ ในชีวิตไม่เคยเข้าเฝ้าพระองค์ท่านเลย นอกจากได้ซ่อมแล้ว ผมก็ได้มีโอกาสทำคู่ใหม่ถวายพระองค์ท่านด้วยซึ่งส่วนตัวผมไม่เคยเข้าเฝ้าพระองค์ท่าน ผมใช้วิธีวัดรอยพระบาทจากฉลองพระบาทที่ส่งมาซ่อม ซึ่งคู่แรกที่ถวายไปนั้น ผ่านไป 2-3 เดือน มหาดเล็กนำกลับมาที่ร้าน ผมตกใจมากคิดว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า ปรากฏว่าพระองค์ให้นำกลับมาติดกันลื่น ซึ่งก็ทำให้ผมดีใจปลาบปลื้มว่าพระองค์ท่านทรงใช้งานจริง ความตั้งใจผมคือตัดฉลองพระบาทถวาย 19 คู่ ถวายไปแล้ว 15 คู่ เหลือ 4 คู่สุดท้ายที่ไม่ทัน จึงถวายกับพระบรมฉายาลักษณ์ที่บ้านแทน ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสตรงนี้ เพราะที่ร้านก็ยังมีรอยพระบาทของพระองค์อยู่ ถึงจะไม่เคยได้ใกล้ชิดพระองค์ท่าน แต่ผมก็ได้กราบรอยพระบาทอยู่ทุกวัน คือชีวิตนี้ตายไปก็ไม่เสียดายแล้ว  และพร้อมจะนำคำสอนของพระองค์มาใช้ และเชื่อว่าทุกคนในประเทศก็สามารถนำคำสอนของพระองค์ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ได้เช่นกัน”

เปิดใจช่างซ่อมรองเท้าของพ่อ "ช่างไก่" ชีวิตนี้ตายไปก็ไม่เสียดาย

จากนั้นพบกับเรื่องราวของแขกรับเชิญอีกท่านที่มีความประทับใจที่มีต่อพระองค์ท่าน “โต๊ะอิหม่ามทองหล่อ จันทร์อ้น” เพราะพระองค์ท่านได้สละที่ดินส่วนพระองค์และทรงอนุญาตให้เอาโฉนดที่ดินไปจดทะเบียนเป็นมัสยิดนูรุ้ลเอี๊ยะซาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจในการปฏิบัติกิจศาสนา จากนั้นปิดท้ายรายการด้วยสกู๊ปพิเศษของ “นายแพทย์บุญยงค์ วงศ์รักมิตร” อดีตผู้อำนวยการ รพ.น่าน ที่ในหลวง ร.9 เคยพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ไปจัดหาเครื่องมือแพทย์และขยายอาคารรักษาผู้ป่วย  ติดตามชมได้ในรายการพิเศษ “กาลครั้งนั้นของฉันกับในหลวงรัชกาล ที่ 9” ในวันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคมนี้ เวลา 23.10 น. ทางช่อง 7 HD

เปิดใจช่างซ่อมรองเท้าของพ่อ "ช่างไก่" ชีวิตนี้ตายไปก็ไม่เสียดาย

Advertisement